ประเด็นสำคัญ
- หลังทำ HIFU อาการ "แค่ชา" กับ "กล้ามเนื้อขยับไม่ค่อยได้" เป็นคนละเรื่องกัน และต้องจัดการต่างกัน
- ระยะฟื้นตัว: กล้ามเนื้ออ่อนแรงมักดีขึ้นใน 4 ถึง 6 สัปดาห์ ส่วนอาการชามักจางลงภายในราว 4 สัปดาห์
- ถ้าผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วบริเวณที่ชากลับกว้างขึ้นหรือชามากขึ้น ไม่ใช่อาการที่ควรรอดูต่อ
- ติดต่อทันที: ถ้ามุมปาก ริมฝีปาก หรือคิ้วข้างหนึ่งขยับน้อยลง มีตุ่มพองหรือน้ำเหลืองซึม หรือปวดตาและมองไม่ชัด ควรไปพบแพทย์ทันที
หลังทำ HIFU (อัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มสูง) ถ้าแค่รู้สึกชา ๆ หรือสัมผัสแล้วรู้สึกไม่ค่อยชัด ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ จางลงภายในราว 4 สัปดาห์ แต่ถ้ามุมปาก ริมฝีปากล่าง หรือคิ้วข้างหนึ่งขยับน้อยกว่าอีกข้าง แบบนี้ต่างออกไป อาการอ่อนแรงแบบนี้โดยทั่วไปก็ดีขึ้นใน 4 ถึง 6 สัปดาห์ แต่ไม่ควรรอดูเองที่บ้าน ควรแจ้งคุณหมอและเข้ารับการตรวจก่อนนะคะ
ทำไมทำ HIFU แล้วถึงชาแค่ข้างเดียว?
ทำไมทำ HIFU แล้วถึงชาแค่ข้างเดียว?
HIFU ไม่ได้ให้ความร้อนที่ผิวด้านนอก แต่รวมความร้อนไว้ที่ความลึกราว 3 ถึง 4.5 มม. ในชั้นใต้ผิวหนังและชั้นพังผืด (SMAS) ลองนึกภาพแว่นขยายที่รวมแสงแดดไว้เป็นจุดเล็ก ๆ ใต้ผิว ใกล้ ๆ ความลึกนั้นมีเส้นประสาทเส้นเล็ก ๆ วิ่งผ่าน ถ้าความร้อนหรือการอักเสบไปรบกวนเส้นหนึ่ง เส้นประสาทนั้นอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ไปชั่วคราว จึงเกิดอาการชาหรืออ่อนแรง ทางเดินของเส้นประสาทแต่ละคนต่างกันเล็กน้อย การยิงแบบเดียวกันจึงอาจมีผลแค่ข้างเดียว
ชั้นพังผืด (SMAS): เยื่อบาง ๆ ใต้ชั้นไขมันที่คลุมกล้ามเนื้อใบหน้าไว้ เป็นหนึ่งในความลึกที่ HIFU รวมความร้อนไปถึง
ทำไมทำ HIFU แล้วถึงชาแค่ข้างเดียว?
บริเวณขมับกับหน้าผาก และใต้แนวกราม เป็นจุดที่เส้นประสาทวิ่งค่อนข้างตื้น จึงมักถูกกำหนดให้เป็นจุดที่ควรเลี่ยงตอนยิง ใต้แนวกรามมีแขนงประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อซึ่งดึงริมฝีปากล่างและมุมปากลง ถ้าแขนงนี้ได้รับผลกระทบ เวลายิ้มริมฝีปากล่างหรือมุมปากข้างหนึ่งจะขยับได้น้อยลง
ทำ HIFU แล้วชา พบบ่อยแค่ไหน?
ทำ HIFU แล้วชา พบบ่อยแค่ไหน?
ไม่บ่อย การทบทวนงานวิจัย 16 เรื่อง รวม 573 คน พบความรู้สึกผิดปกติชั่วคราว (ชาหรือไวต่อสัมผัสมากขึ้น) 4 คน อีกรายงานหนึ่งที่ย้อนดูประวัติ 39 คนจากโรงพยาบาลแห่งเดียว พบ 3 คนมีริมฝีปากหรือคิ้วอ่อนแรงชั่วคราว แต่คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ทำเลเซอร์ที่คอในวันเดียวกันด้วย จึงไม่ใช่กรณีทั่วไปของการทำ HIFU อย่างเดียว
ข้อมูลรายงานปัญหาเครื่องมือแพทย์ของ US FDA เล่าภาพที่ต่างออกไปเล็กน้อย บทความทบทวนปี 2025 พบว่าเส้นประสาทเสียหาย อาการชาเฉพาะจุด และความรู้สึกผิดปกติ อยู่ในกลุ่มที่ถูกรายงานเข้ามาบ่อย ข้อมูลนี้มาจากการรายงานโดยสมัครใจ จึงใช้คำนวณว่าเกิดบ่อยแค่ไหนไม่ได้ แต่ก็บอกได้ว่าอาการที่เกี่ยวกับเส้นประสาทเป็นสิ่งที่คนไข้สังเกตเห็นและรายงานได้ง่าย
แค่ชา หรือกล้ามเนื้อขยับไม่ได้ แยกยังไง?
แค่ชา หรือกล้ามเนื้อขยับไม่ได้ แยกยังไง?
ลองทำหน้าสักสองสามท่าหน้ากระจก ส่วนใหญ่จะแยกได้เลย ถ้าจับแล้วรู้สึกชา ๆ เหมือนเข็มจิ้ม หรือเหมือนไม่ใช่ผิวตัวเอง แต่สองข้างยังทำหน้าได้เหมือนกัน แบบนี้เกี่ยวกับเส้นประสาทรับความรู้สึก แต่ถ้ายิ้มเห็นฟัน ห่อปาก หรือเลิกคิ้วแล้วข้างหนึ่งตามไม่ทัน แบบนี้เกี่ยวกับเส้นประสาทที่สั่งการกล้ามเนื้อ
| ความต่าง | แค่ชา | กล้ามเนื้ออ่อนแรง | ผิวไหม้จากความร้อน |
|---|---|---|---|
| รู้สึกยังไง | ชา ๆ เหมือนเข็มจิ้ม ไม่ค่อยรู้สึก | มุมปากหรือคิ้วข้างหนึ่งขยับน้อย | ตุ่มพอง น้ำเหลืองซึม สะเก็ด |
| เช็กยังไง | ใช้ปลายนิ้วแตะเทียบสองข้าง | ยิ้มเห็นฟัน เลิกคิ้ว | ดูผิวบริเวณที่ยิง |
| มักเป็นนานแค่ไหน | ส่วนใหญ่ราว 4 สัปดาห์ | มัก 4 ถึง 6 สัปดาห์ | ต้องให้แพทย์ตรวจ |
| ควรทำอะไร | วาดขอบเขตแล้วถ่ายรูป | ติดต่อทันที | ติดต่อทันที |
ถ้าแค่ชา ลองใช้ดินสอเขียนขอบตาวาดขอบเขตที่ชาหน้ากระจกแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ ทำแบบเดิมทุก 2 ถึง 3 วัน จะเห็นชัดว่าบริเวณที่ชาเล็กลงหรือไม่ แต่ถ้าหน้าตาเวลาทำท่าทางเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ควรจดบันทึกเองก่อน ควรแจ้งคุณหมอเลย
อาการชาและอ่อนแรงต้องรอกี่สัปดาห์?
อาการชาและอ่อนแรงต้องรอกี่สัปดาห์?
กล้ามเนื้ออ่อนแรงจากเส้นประสาทถูกรบกวนแบบนี้ โดยทั่วไปดีขึ้นใน 4 ถึง 6 สัปดาห์โดยไม่มีผลตามมา บันทึกย้อนหลัง 42 รายพบว่า กลุ่มที่เริ่มกายภาพบำบัดเร็วฟื้นตัวเฉลี่ยราว 3.2 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ทำเฉลี่ยราว 4.6 สัปดาห์ ทั้งสองกลุ่มไม่ได้แบ่งไว้เพื่อเปรียบเทียบตั้งแต่แรก ตัวเลขนี้จึงใช้เป็นแนวทางคร่าว ๆ เท่านั้น และระยะฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
อาการชาและอ่อนแรงต้องรอกี่สัปดาห์?
อาการชามักอยู่เกิน 3 วัน แต่ส่วนใหญ่จางลงภายในราว 4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม มีรายงาน 1 รายที่อาการแสบ ๆ และความรู้สึกผิดปกติอยู่นานราว 6 เดือน ถ้าผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วบริเวณที่ชายังไม่เล็กลง ควรกลับไปตรวจอีกครั้ง
ผลข้างเคียงและความปลอดภัย อาการไหนรอได้ อาการไหนต้องติดต่อทันที?
ผลข้างเคียงและความปลอดภัย อาการไหนรอได้ อาการไหนต้องติดต่อทันที?
รู้สึกแสบร้อนหรือกดแล้วเจ็บตรงจุดที่ยิง บวมอยู่ไม่กี่วัน และจับแล้วรู้สึกชา ๆ ถ้าค่อย ๆ ดีขึ้นทุกวัน ถือเป็นช่วงฟื้นตัว โดยทั่วไปผิวแดงจะหายในราว 2 วัน บวมราว 8 วัน และรอยช้ำราว 20 วัน ถ้าอยู่ในช่วงนี้และสองข้างยังทำหน้าได้เหมือนกัน สามารถถ่ายรูปเก็บไว้และดูอาการต่อได้
ถ้ามีอาการด้านล่างนี้ อย่ารอ ให้ติดต่อคลินิกที่ทำให้คุณทันที
- เวลายิ้มหรือพูด มุมปาก ริมฝีปากล่าง หรือคิ้วข้างหนึ่งขยับน้อยกว่าอีกข้าง
- ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วบริเวณที่ชากลับกว้างขึ้นหรือชามากขึ้น
- มีตุ่มพอง น้ำเหลืองซึม ผิวเปิด หรือผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำดำตรงจุดที่ยิง
- ปวดมากขึ้นและมีหนองหรือรู้สึกร้อน
- ปวดตา ตาพร่ามัว หรือมองไม่ค่อยเห็น
กล้ามเนื้ออ่อนแรงและอาการทางตาจัดเป็นภาวะแทรกซ้อนระดับรุนแรงของ HIFU ต้องรีบไปพบแพทย์ แม้หลายกรณีจะดีขึ้นได้เอง ก็ไม่ควรเลื่อนการตรวจออกไป
ก่อนติดต่อคลินิก ควรเตรียมอะไรไว้บ้าง?
สิ่งแรกที่คุณหมออยากรู้คือ ยิงตรงไหนและใช้ความลึกเท่าไร แนะนำให้ขอชื่อเครื่อง ความลึกที่ใช้ (เช่น 3.0 มม. และ 4.5 มม.) และจำนวนช็อตแต่ละบริเวณจากคลินิกที่ทำให้คุณ ถ่ายรูป 3 รูปในแสงเดียวกัน คือ ยิ้มเห็นฟัน ห่อปาก และเลิกคิ้ว แล้วเพิ่มรูปที่วาดขอบเขตบริเวณที่ชาไว้ด้วย
ถ้าคุณอยู่ที่กรุงโซลและอยากให้ STON Clinic ช่วยดู ตอนติดต่อครั้งแรกให้แนบวันที่ทำ วันที่เริ่มมีอาการ และรูปเหล่านี้มาด้วย ส่วนจะทำ HIFU ครั้งต่อไปเมื่อไหร่และใช้ความลึกเท่าไร คุณหมอจะตัดสินหลังความรู้สึกและการขยับกลับมาเป็นปกติแล้ว ร่วมกับการตรวจนะคะ
หากอ่านแล้วอยากปรึกษาเพิ่มเติม
เขียนคำถามเอกสารอ้างอิง
- การจัดการภาวะแทรกซ้อนของ HIFU ตามระดับความรุนแรง และระยะฟื้นตัวของกล้ามเนื้ออ่อนแรง — J Cosmet Dermatol, 2026 — PubMed Central
- สรุปผลและผลข้างเคียงจากงานวิจัย HIFU 16 เรื่อง 573 คน — Int J Environ Res Public Health, 2023 — PubMed Central
- ผลข้างเคียงของ HIFU จากงานวิจัยและข้อมูลรายงานของ US FDA — Dermatol Surg, 2025 — PubMed Central
- ริมฝีปากและคิ้วอ่อนแรงชั่วคราว 3 ใน 39 คน — Dermatol Surg, 2014 — PubMed Central
คำถามที่พบบ่อย
Q. ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วยังชาอยู่ ควรทำยังไง?
A. ถ้าผ่าน 4 สัปดาห์แล้วบริเวณที่ชายังไม่เล็กลง แนะนำให้กลับไปตรวจอีกครั้งค่ะ อาการชาส่วนใหญ่จางลงในราว 4 สัปดาห์ แต่ในการทบทวนงานวิจัย 16 เรื่อง มี 1 รายที่อาการแสบและความรู้สึกผิดปกติอยู่นานราว 6 เดือน รูปขอบเขตที่ชาซึ่งมีวันที่กำกับจะช่วยให้ดูได้ง่ายว่าดีขึ้นหรือไม่นะคะ
Q. ระหว่างยิงรู้สึกร้อนเกินไปหรือแปลบ ๆ บอกได้ไหม?
A. บอกได้ และควรบอกทันทีค่ะ ความรู้สึกของคุณเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้ทำรู้ว่าความร้อนไปรวมที่จุดเดียวมากเกินไปหรือไม่ จึงมีคำเตือนว่าถ้าใช้ยาชาแบบบล็อกเส้นประสาทจนไม่รู้สึกเลย คนไข้จะบอกความร้อนไม่ได้ ต้องระวังเป็นพิเศษค่ะ
Q. เคยร้อยไหมหรือผ่าตัดดึงหน้ามาก่อน ความเสี่ยงต่างไปไหม?
A. การผ่าตัดหรือร้อยไหมที่เคยทำอาจทำให้โครงสร้างใต้ผิวเปลี่ยนไป ควรแจ้งก่อนทำค่ะ บทความทบทวนภาวะแทรกซ้อนของ HIFU ปี 2026 ก็พูดถึงเรื่องเส้นประสาทเสียหายในคนที่เคยผ่าตัดดึงหน้าไว้โดยเฉพาะ บอกช่วงเวลาและบริเวณที่เคยทำ จะช่วยให้แพทย์วางแผนความลึกและบริเวณที่ยิงได้ค่ะ
Q. นวดหรือประคบอุ่นช่วยให้หายชาเร็วขึ้นไหม?
A. ยังหาหลักฐานไม่ได้ว่าการนวดหรือประคบที่บ้านช่วยให้เส้นประสาทฟื้นเร็วขึ้นค่ะ วิธีที่เอกสารทางการแพทย์พูดถึงคือการรักษาหลังพบแพทย์ เช่น กายภาพบำบัดหรือยาสเตียรอยด์แบบรับประทาน แทนที่จะถูนวดแรง ๆ ตรงจุดที่ยิง ถ่ายรูปเก็บไว้แล้วไปตรวจจะดีกว่าค่ะ
Q. ครั้งก่อนมุมปากขยับน้อยลง ครั้งหน้าทำ HIFU ได้อีกไหม?
A. ถ้าการขยับกลับมาเป็นปกติแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าทำอีกไม่ได้ค่ะ แต่ควรบอกคุณหมอว่าครั้งก่อนอาการเกิดตรงไหนและใช้ความลึกเท่าไร จะได้วางแผนเลี่ยงบริเวณนั้นหรือปรับความลึก อย่าลืมนำบันทึกการทำครั้งก่อนไปด้วยนะคะ
คำชี้แจงข้อมูลทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไปและไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการตรวจรักษาเฉพาะบุคคลได้ ดูนโยบายบรรณาธิการ

Jangju Kim ผู้อำนวยการแพทย์อาวุโส
JANGJU KIM
นพ. Jangju Kim เป็นผู้อำนวยการ STON Clinic ที่โรงแรม LOTTE ย่านเมียงดง
ประวัติการทำงาน / การศึกษา
- 현) 스톤클리닉 명동 롯데호텔 원장
- 경희대학교 의과대학 졸업
ความคิดเห็น