ประเด็นสำคัญ
- ทำไมขอบของแผลเป็นบอกอะไรได้มากกว่าสี
- คีลอยด์กับแผลเป็นนูนหนาต่างกันอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
- ทำไมสามถึงหกเดือนแรกถึงถูกมองเป็นช่วงแยกต่างหาก
- ควรเตรียมข้อมูลอะไรไปก่อนเข้าปรึกษา
รูเจาะหูที่ยังไม่ยุบลงสักที รอยเย็บหลังผ่าตัดที่ดูเรียบดีอยู่เดือนหนึ่งแล้วเริ่มหนาขึ้น หรือรอยสิวที่หายแล้วแต่ทิ้งก้อนแข็งนูนเอาไว้ พอเอานิ้วกดดูก็รู้สึกว่าแข็งกว่าผิวรอบ ๆ สีออกแดงหรือคล้ำกว่าเดิม และบางครั้งก็คันเวลาเสื้อผ้าเสียดสี
หลายคนเริ่มจากการหาวิธีลบรอยออก แต่มีอีกเรื่องที่ควรดูก่อน นั่นคือเนื้อที่นูนขึ้นมายังอยู่ในขอบเขตของแผลเดิม หรือลามออกไปบนผิวที่ไม่เคยบาดเจ็บแล้ว จุดนี้จุดเดียวเปลี่ยนทั้งแนวโน้มข้างหน้า ความคาดหวังที่ตั้งได้ และลำดับของวิธีดูแลที่ควรคิดถึงก่อนหลัง
บทความนี้จะไล่ไปทีละส่วน ตั้งแต่สิ่งที่ควรดูก่อน จุดที่คีลอยด์กับแผลเป็นนูนหนาแยกจากกันจริง ๆ ไปจนถึงวิธีมองช่วงเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้า อ่านจบแล้วน่าจะคุยกับแพทย์ได้ตรงจุดขึ้นค่ะ
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลการรักษาของ Beautystone Clinic ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การตัดสินใจเข้ารับหัตถการควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางก่อนนะคะ
ดูที่ขอบของแผลเป็นก่อนดูขนาด
ดูที่ขอบของแผลเป็นก่อนดูขนาด
เวลาแผลเป็นเริ่มหนาขึ้น สิ่งแรกที่ควรดูไม่ใช่ขนาดหรือความแดง แต่เป็นขอบ เนื้อที่นูนขึ้นมาอยู่เฉพาะตรงที่ผิวเสียหายจริง ๆ หรือคืบออกไปด้านข้างบนผิวที่ไม่เคยถูกบาด ข้อมูลทางผิวหนังเขียนเส้นแบ่งนี้ไว้ตรง ๆ ว่า คีลอยด์ลามเกินขอบของแผลเดิม ส่วนแผลเป็นนูนหนาจะอยู่ในขอบเขตของผิวที่เสียหาย
เส้นแบ่งนี้สำคัญเพราะทั้งสองแบบเริ่มต้นจากที่เดียวกัน ทั้งคู่เกิดจากคอลลาเจนที่ถูกสร้างมากเกินไปในชั้นหนังแท้* ต่างกันตรงที่กระบวนการนี้หยุดตรงไหน แผลเป็นนูนหนาหยุดที่ขอบแผล ส่วนคีลอยด์เดินต่อออกไปข้างนอก
ชั้นหนังแท้: ชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า เป็นที่รวมของคอลลาเจนและเส้นใยยืดหยุ่น และเป็นชั้นที่เปลี่ยนแปลงจริงเวลาแผลเป็นหนาขึ้น
เบาะแสที่สองคือช่วงเวลาที่โผล่ขึ้นมา แผลเป็นนูนหนามักนูนขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์หลังได้รับบาดเจ็บ ส่วนคีลอยด์อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีกว่าจะเริ่มโต ถ้าเล่าว่าแผลหายสนิทไปแล้วแต่กลับมาโตขึ้นในภายหลัง ประวัติแบบนี้ก็ชี้ไปทางหนึ่งอยู่แล้ว
เบาะแสที่สามคือตำแหน่ง หัวไหล่ หน้าอกส่วนบน และต้นแขน เป็นบริเวณที่ผิวถูกดึงรั้งมาก ทั้งสองแบบพบได้บ่อย ส่วนติ่งหูเป็นตำแหน่งที่พบคีลอยด์บ่อยเป็นพิเศษ ถ้าคลำเจอก้อนแข็งหลังติ่งหูหลังเจาะหูไปไม่กี่เดือน การไปให้แพทย์ดูสักครั้งเร็วกว่าการเฝ้าดูไปเรื่อย ๆ
ดูที่ขอบของแผลเป็นก่อนดูขนาด
สองแบบนี้แยกกันที่ทิศทางเมื่อเวลาผ่านไป
สองแบบนี้แยกกันที่ทิศทางเมื่อเวลาผ่านไป
ถัดจากขอบ สิ่งที่ดูต่อคือทิศทางที่มันกำลังไป แผลเป็นนูนหนามักโตอยู่ระยะหนึ่งแล้วหยุด จากนั้นค่อย ๆ แบนลงและสีจางลงเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนคีลอยด์ไม่ค่อยยุบเองตามธรรมชาติ ปล่อยไว้ก็มักคงขนาดเดิมหรือค่อย ๆ ขยายออก
ความต่างตรงนี้เป็นตัวกำหนดว่าควรเริ่มทำอะไรเมื่อไร ถ้าเป็นแผลเป็นนูนหนา การดูแลพื้นฐานไปพร้อมกับเฝ้าดูอาการถือว่าเป็นแผนที่สมเหตุสมผล ส่วนคีลอยด์นั้นการรอมักไม่ได้อะไรกลับมา ถ้าเห็นว่ากำลังขยาย การคุยเรื่องแนวทางแต่เนิ่น ๆ จะได้เปรียบกว่า
| หัวข้อ | แผลเป็นนูนหนา | คีลอยด์ |
|---|---|---|
| ขอบ | อยู่ในขอบเขตแผลเดิม | ลามออกไปบนผิวปกติ |
| ช่วงที่โผล่ | ไม่กี่สัปดาห์หลังบาดเจ็บ | หลายเดือนถึงเป็นปี |
| แนวโน้มตามธรรมชาติ | มักแบนลงและจางลง | มักคงอยู่หรือขยายต่อ |
| ตำแหน่งที่พบบ่อย | หัวไหล่ หน้าอก แก้ม | ติ่งหู หัวไหล่ หน้าอก |
| แนวทางเบื้องต้น | ดูแลพื้นฐานพร้อมเฝ้าดู | ปรึกษาแต่เนิ่น ๆ |
แนวทางจัดการแผลเป็นในระดับสากลใส่ตัวเลขให้ครึ่งแรกของตารางนี้ไว้ว่า แผลเป็นนูนหนามักโตอยู่ราวสามถึงหกเดือนหลังได้รับบาดเจ็บ แล้วจึงค่อยแบนลง ช่วงเวลานี้จึงถูกมองเป็นระยะแยกต่างหาก คือเร็วเกินกว่าจะสรุป แต่เป็นจังหวะที่เหมาะกับการเริ่มดูแลพื้นฐานพอดี
อีกเรื่องที่ควรพูดตรง ๆ คือการดูด้วยตาเปล่าอย่างเดียวไม่ได้แยกออกเสมอไป คีลอยด์ระยะแรกดูคล้ายแผลเป็นนูนหนา ส่วนแผลเป็นนูนหนาที่ทิ้งไว้นานก็คลำแข็งได้พอกัน เวลาเข้าปรึกษาจึงมีคำถามว่าเริ่มขึ้นเมื่อไร เปลี่ยนไปอย่างไรในช่วงที่ผ่านมา และมีคนในครอบครัวเป็นแบบเดียวกันไหม ประวัติมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าลักษณะที่เห็น
ทำไม Beautystone Clinic ถึงเริ่มจากเส้นเวลา
ทำไม Beautystone Clinic ถึงเริ่มจากเส้นเวลา
ที่ Beautystone Clinic การปรึกษาเรื่องแผลเป็นเริ่มจากคำถามว่าเริ่มเมื่อไรและเปลี่ยนไปอย่างไรจนถึงวันนี้ ไม่ได้ดูแค่หน้าตาปัจจุบัน แผลเป็นขนาดเท่ากัน ระหว่างอันที่อายุหกสัปดาห์และยังโตอยู่ กับอันที่ไม่เปลี่ยนมาสองปี วิธีเข้าหาไม่เหมือนกัน วันที่ได้รับบาดเจ็บ การเปลี่ยนของสีและความหนา รวมถึงอาการคันหรือเจ็บ จึงถูกเรียบเรียงออกมาก่อนจะคุยเรื่องวิธีดูแล
ทำไม Beautystone Clinic ถึงเริ่มจากเส้นเวลา
ลำดับการดูแล ผลข้างเคียง และใครที่ยังไม่เหมาะ
ลำดับการดูแล ผลข้างเคียง และใครที่ยังไม่เหมาะ
จุดเริ่มต้นเกือบทุกครั้งคือการดูแลพื้นฐาน ลดการระคายเคือง ทาบำรุงให้ความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ และกดทับ ข้อมูลทางคลินิกจัดให้การทาบำรุงร่วมกับการนวดและการแปะแผ่นซิลิโคนเป็นขั้นแรก วิธีกลุ่มนี้มีภาระน้อยและยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้ผลตอบแทนมาก จึงคุ้มที่จะทำต่อเนื่องแม้ในช่วงที่ยังแยกไม่ชัดว่าเป็นแบบไหน
ถ้าการดูแลพื้นฐานยังไม่พอ ขั้นถัดไปมักเป็นการฉีดสเตียรอยด์เข้าในแผลเป็น* แนวทางที่อ้างถึงข้างต้นแนะนำให้ใช้ยาทาและยาเฉพาะที่ต่อเนื่องอย่างน้อยสามเดือน แล้วจึงปรับขึ้นถ้าการตอบสนองยังไม่พอ
การฉีดสเตียรอยด์เข้าในแผลเป็น: การให้ยาเข้าไปในเนื้อแผลเป็นที่นูนขึ้นโดยตรง เพื่อชะลอกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป
การผ่าตัดตัดออกอยู่คนละตำแหน่งในลำดับนี้ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า คีลอยด์ที่ตัดออกด้วยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวเกือบทั้งหมดกลับมาใหม่ แพทย์ผิวหนังจึงมักแนะนำให้ใช้การรักษามากกว่าหนึ่งแบบร่วมกัน สำหรับคีลอยด์ การผ่าตัดจึงไม่ใช่ทางเลือกที่จบในตัวเอง แต่เป็นสิ่งที่ต้องวางแผนคู่กับวิธีอื่น
เรื่องผลข้างเคียงควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ การฉีดสเตียรอยด์อาจทำให้ผิวตรงจุดที่ฉีดบางลง สีจางลงเป็นหย่อม หรือเห็นเส้นเลือดฝอยชัดขึ้น อาการเจ็บตอนฉีดและบวมชั่วคราวก็พบได้บ่อย ถ้าเลือกผ่าตัด นอกจากโอกาสกลับมาเป็นซ้ำแล้วยังต้องนับรวมแผลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาด้วย ระยะพักฟื้นต่างกันไปตามวิธี จึงควรถามให้ชัดว่ากระทบกับงานหรือตารางชีวิตแค่ไหนก่อนตัดสินใจ
ส่วนใครที่ยังไม่เหมาะจะเริ่มตอนนี้ ถ้าบริเวณนั้นยังมีการติดเชื้อหรือแผลยังปิดไม่สนิท ควรรอให้ผิวหายก่อน คนที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรแจ้งแพทย์ก่อนเพราะบางวิธีต้องเลื่อนออกไป คนที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาที่มีผลต่อการหายของแผล รวมถึงคนที่เคยแพ้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ก็ต้องปรับแผนเป็นรายบุคคล
เรื่องจำนวนครั้ง โดยทั่วไปไม่จบในครั้งเดียว ส่วนใหญ่นัดติดตามทุกไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แล้วปรับความเข้มหรือเปลี่ยนวิธีตามการตอบสนอง มองเป็นรอบละหลายเดือนจะใกล้เคียงความจริงมากกว่า
สรุป
สรุป
เวลาดูแผลเป็นที่นูนขึ้น ให้ดูขอบก่อนดูสีหรือขนาด ถ้าอยู่ในขอบเขตแผลเดิมแนวโน้มมักค่อย ๆ แบนลง ถ้าลามออกนอกขอบก็ควรคุยกับแพทย์แต่เนิ่น ๆ
สิ่งที่เตรียมไปแล้วช่วยได้มากคือบันทึก วันที่ได้รับบาดเจ็บหรือวันที่ทำหัตถการ ช่วงที่แผลเป็นเริ่มนูน และขนาดที่เปลี่ยนไปในไม่กี่เดือนหลัง ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้ตรง ๆ ตอนประเมิน เพิ่มรูปถ่ายสองสามรูปที่ถ่ายจากมุมเดียวกันและแสงใกล้เคียงกัน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดกว่าการนึกเอา
อาการคันหรือเจ็บก็ควรจดไว้ และแยกให้ออกว่าเป็นแบบไหน แสบเฉพาะตอนเสื้อผ้าเสียดสี กับปวดตื้อ ๆ แม้อยู่เฉย ๆ ลำดับความสำคัญอาจต่างกัน ถ้าเคยมีแผลเป็นหนาขึ้นแบบนี้ที่ตำแหน่งอื่นมาก่อน ก็เล่าให้แพทย์ฟังด้วย
สุดท้ายคือการตั้งความคาดหวังให้ตรงกันไว้ก่อน การดูแลแผลเป็นนูนใกล้เคียงกับการลดความสูงลงและค่อย ๆ ลดความแดงกับความไม่สบายตัว มากกว่าการลบรอยให้หายไปทั้งหมด ตั้งทิศทางไว้แบบนี้แล้วย้อนกลับมาดูอีกทีในอีกไม่กี่เดือนจะสบายใจขึ้นค่ะ
หากอ่านแล้วอยากปรึกษาเพิ่มเติม
เขียนคำถามเอกสารอ้างอิง
- คีลอยด์ลามเกินขอบของแผลเดิม ส่วนแผลเป็นนูนหนาจะอยู่ในขอบเขตของผิวที่เสียหาย — DermNet NZ
- แผลเป็นนูนหนามักโตอยู่ราวสามถึงหกเดือนหลังได้รับบาดเจ็บ แล้วจึงค่อยแบนลง — PubMed Central
- คีลอยด์ที่ตัดออกด้วยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวเกือบทั้งหมดกลับมาใหม่ แพทย์ผิวหนังจึงมักแนะนำให้ใช้การรักษามากกว่าหนึ่งแบบร่วมกัน — American Academy of Dermatology
คำถามที่พบบ่อย
Q. คลำเจอก้อนแข็งที่ติ่งหูหลังเจาะหูไปหลายเดือน จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นคีลอยด์
A. ติ่งหูเป็นตำแหน่งที่พบคีลอยด์บ่อย จึงควรไปให้แพทย์ดูสักครั้ง เบาะแสมีสามข้อ ข้อแรกคือก้อนลามออกด้านข้างเลยรูเจาะไป ไม่ได้อยู่รอบรูอย่างเป็นระเบียบ ข้อสองคือเริ่มโตขึ้นหลังจากรูเจาะดูเหมือนหายดีไปแล้วหลายเดือน ข้อสามคือกดแล้วแข็งกว่าเนื้อรอบข้างอย่างชัดเจน ถ้าตรงครบทั้งสามข้อ การเข้าไปให้แพทย์ดูเร็วกว่าการเฝ้าดูต่ออีกหลายเดือนค่ะ
Q. รอยสิวที่กรามนูนขึ้นเป็นแผลเป็น ควรเริ่มดูแลเมื่อไร
A. ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งมีพื้นที่ให้ปรับมากกว่า ถ้าแดงและนูนมาแค่ไม่กี่สัปดาห์ ขั้นตอนตอนนี้คือลดการระคายเคืองและทำเรื่องความชุ่มชื้นกับแผ่นซิลิโคนให้เป็นกิจวัตร ถ้าผ่านสามถึงหกเดือนแล้วยังไม่เปลี่ยนหรือกลับโตขึ้น นั่นคือจังหวะที่ควรคุยเรื่องขั้นของยา แทนที่จะรอต่อไปนะคะ
Q. ผ่าตัดเอาคีลอยด์ออกแล้วจะไม่กลับมาอีกไหม
A. การผ่าตัดอย่างเดียวมักไม่จบในตัวเอง อัตราการกลับมาเป็นซ้ำหลังตัดออกอย่างเดียวค่อนข้างสูง แผนที่มีการผ่าตัดจึงมักวางคู่กับการฉีดยา การกดทับ หรือวิธีอื่นร่วมด้วย ส่วนที่มีประโยชน์ในการเข้าปรึกษาคือการตกลงเรื่องชุดวิธีและจังหวะนัดติดตาม ไม่ใช่แค่ตัดสินใจว่าจะตัดหรือไม่ตัดค่ะ
Q. จะไปปรึกษาเรื่องแผลเป็นนูนหนา ควรเตรียมอะไรไปบ้าง
A. เตรียมวันที่ได้รับบาดเจ็บ ช่วงที่แผลเป็นเริ่มนูน และรูปถ่ายสองสามรูปที่ถ่ายจากมุมเดียวกันไปด้วย เล่าเรื่องอาการคันหรือเจ็บ และเคยมีแผลเป็นหนาขึ้นแบบนี้ที่ตำแหน่งอื่นหรือไม่ ที่ Beautystone Clinic บันทึกชุดนี้คือวัตถุดิบสำหรับเรียงเส้นเวลา ช่วยให้เวลาปรึกษาสั้นลงได้มากค่ะ
ข้อมูลหัตถการที่เกี่ยวข้อง
คำชี้แจงข้อมูลทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไปและไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการตรวจรักษาเฉพาะบุคคลได้ ดูนโยบายบรรณาธิการ

Jangju Kim ผู้อำนวยการแพทย์อาวุโส
JANGJU KIM
นพ. Jangju Kim เป็นผู้อำนวยการ STON Clinic ที่โรงแรม LOTTE ย่านเมียงดง
ประวัติการทำงาน / การศึกษา
- 현) 스톤클리닉 명동 롯데호텔 원장
- 경희대학교 의과대학 졸업
ความคิดเห็น