ประเด็นสำคัญ
- ยิ้มแข็งหรือยิ้มไม่เท่ากันหลังฉีดโบท็อกซ์กราม มักมาจากยาไปถึงกล้ามเนื้อมุมปาก และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อฤทธิ์ยาลดลง
- ช่วงเวลาที่กลับมา: ในงานวิจัยที่ติดตามคน 10 คน อาการยิ้มเปลี่ยนพบมากในสัปดาห์ที่ 4 และพอถึงสัปดาห์ที่ 24 ไม่มีใครยังมีอาการนี้
- ก้อนนูนที่ขึ้นเฉพาะตอนกัดฟันเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ในรายงานผู้ป่วยหนึ่งราย การฉีดเติมเล็กน้อยช่วยให้ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ และเกือบเรียบร้อยในสัปดาห์ที่ 2
- ต้องไปพบแพทย์ทันที: ถ้ากลืนลำบาก พูดลำบาก หายใจลำบาก หรือเห็นภาพซ้อน แม้จะผ่านไปหลายสัปดาห์หลังฉีดแล้วก็ตาม
ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วยิ้มดูแข็งหรือมุมปากสองข้างไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อฤทธิ์ยาหมดลง และอาการกล้ามเนื้อรอบ ๆ อ่อนแรงแบบนี้อาจอยู่ได้นานถึงราว 12 สัปดาห์ สาเหตุคือยาบางส่วนแผ่จากกล้ามเนื้อกรามไปด้านหน้า จนไปถึงกล้ามเนื้อเส้นเล็ก ๆ ข้างมุมปากที่ช่วยดึงมุมปากเวลายิ้ม แต่ถ้าแก้มนูนขึ้นมาเป็นก้อนเฉพาะตอนกัดฟันแน่น ๆ อันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ควรให้แพทย์ดูแยกกันนะคะ
ทำไมฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ?
ทำไมฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ?
กล้ามเนื้อกราม (masseter) คือกล้ามเนื้อหนา ๆ ตรงมุมขากรรไกรที่ใช้เคี้ยวอาหาร ถัดมาด้านหน้าจะมีกล้ามเนื้อมุมปาก (risorius) เป็นเส้นบาง ๆ ลากจากข้างแก้มไปที่มุมปาก ทำหน้าที่ดึงมุมปากออกด้านข้างเวลายิ้ม
ลองนึกภาพหยดสีที่ซึมบนกระดาษทิชชู ถ้ายาที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อกรามซึมไปด้านหน้าจนถึงกล้ามเนื้อมุมปาก มุมปากก็จะยกขึ้นได้น้อยลงเวลายิ้ม และถ้ายาซึมไปข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง รอยยิ้มก็จะดูเบี้ยวได้
กล้ามเนื้อมุมปาก (risorius): กล้ามเนื้อเส้นเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างข้างแก้มกับมุมปาก ช่วยดึงมุมปากออกด้านข้างเวลายิ้ม
ทำไมฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ?
การที่กล้ามเนื้อรอบ ๆ อ่อนแรงโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยพบของโบท็อกซ์ โดยรวมเกิดน้อยกว่า 1 ใน 10 ของการรักษา จริง ๆ แล้วเป็นยาตัวเดิมที่ทำงานแบบเดิม แค่ไปทำงานกับกล้ามเนื้อที่เราไม่ได้ตั้งใจให้คลายตัว
ยิ้มเปลี่ยนหลังฉีดโบท็อกซ์กรามพบบ่อยแค่ไหน?
ยิ้มเปลี่ยนหลังฉีดโบท็อกซ์กรามพบบ่อยแค่ไหน?
ตัวเลขในแต่ละงานวิจัยต่างกันมาก ส่วนใหญ่เพราะปริมาณยาและวิธีฉีดไม่เหมือนกัน ลองดูข้อมูลจากผู้ป่วย 3 กลุ่ม
- ผู้หญิง 10 คนที่ติดตามนาน 24 สัปดาห์ ในสัปดาห์ที่ 4 มี 6 คนรู้สึกว่ายิ้มได้น้อยลง และ 2 คนยิ้มไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มนี้ได้รับยาค่อนข้างมากต่อข้าง และจำนวนคนน้อยมาก
- ผู้ป่วย 80 คนที่ย้อนดูประวัติ 1 ปี มี 2 คน (2.5%) ยิ้มไม่เท่ากัน
- ผู้ป่วย 239 คนที่ฉีดแบบลึกกระจายเป็นรูปพัด ติดตามเฉลี่ยราว 4.9 เดือน ไม่พบใครที่ยิ้มไม่เท่ากันแบบต่อเนื่อง
พูดง่าย ๆ คือ อาการยิ้มแข็งไม่ได้พบน้อยในทุกกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่เป็นแค่ชั่วคราว ผลที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อ ปริมาณยา และตำแหน่งที่ฉีด
ยิ้มแข็ง กัดฟันแล้วนูน หรือเคี้ยวแล้วเมื่อย ต่างกันยังไง?
ยิ้มแข็ง กัดฟันแล้วนูน หรือเคี้ยวแล้วเมื่อย ต่างกันยังไง?
สิ่งแรกที่ควรสังเกตคืออาการชัดตอนไหน ถ้าแปลกเฉพาะตอนยิ้ม มักเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อมุมปาก ถ้านูนเป็นก้อนเฉพาะตอนกัดฟันแน่น ๆ เป็นเรื่องของกล้ามเนื้อกรามเอง ส่วนเคี้ยวของแข็งแล้วกรามเมื่อยง่าย แปลว่ายากำลังทำงานตรงจุดที่ฉีดไว้
| เทียบกัน | ยิ้มแข็งหรือยิ้มไม่เท่ากัน | นูนตอนกัดฟัน | เคี้ยวแล้วเมื่อย |
|---|---|---|---|
| เห็นชัดตอนไหน | ตอนยิ้มหรือพูด | ตอนกัดฟันแรง ๆ | ตอนเคี้ยวของแข็ง |
| สาเหตุที่น่าจะเป็น | ยาไปถึงกล้ามเนื้อมุมปาก | กล้ามเนื้อกรามบางส่วนยังออกแรง | กล้ามเนื้อกรามอ่อนแรงลง |
| เมื่อเวลาผ่านไป | ดีขึ้นตามฤทธิ์ยาที่ลดลง | อาจยุบเอง หรืออาจต้องฉีดเติม | ในงานวิจัยหนึ่งหายไปราวสัปดาห์ที่ 12 |
| ควรจดบันทึก | รูปตอนยิ้ม | รูปตอนกัดฟัน | อาหารอะไร นานแค่ไหน |
อาการนูนตอนกัดฟันทางการแพทย์เรียกว่า paradoxical masseteric bulging ในกล้ามเนื้อกรามมีเอ็นแผ่นกว้างที่ทำตัวเหมือนกำแพงกั้นไม่ให้ยาซึมผ่าน ใยกล้ามเนื้อฝั่งหนึ่งของเอ็นจึงคลายตัว แต่อีกฝั่งยังออกแรงอยู่ พอกัดฟัน ใยกล้ามเนื้อที่ยังทำงานก็จะเบียดกันจนนูนขึ้นมา ในข้อมูลผู้ป่วย 239 คน มี 2 คน (0.8%) ที่นูนเป็นจุดเล็ก ๆ ชั่วคราวแล้วยุบไปเอง ส่วนรายงานผู้ป่วยอีกหนึ่งราย แพทย์ฉีดยาเติมเล็กน้อยตรงใยกล้ามเนื้อที่นูน อาการดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ และเกือบเรียบร้อยในสัปดาห์ที่ 2
ยิ้มแข็งต้องรอกี่สัปดาห์ถึงจะหาย?
ยิ้มแข็งต้องรอกี่สัปดาห์ถึงจะหาย?
โบท็อกซ์เริ่มทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงภายใน 2 ถึง 4 วันหลังฉีด ออกฤทธิ์ชัดราววันที่ 10 และเมื่อผ่านไปประมาณ 3 เดือน เส้นประสาทจะสร้างจุดเชื่อมกับกล้ามเนื้อใหม่ ฤทธิ์ยาก็ค่อย ๆ ลดลง อาการกล้ามเนื้อรอบ ๆ อ่อนแรงอาจอยู่ได้นานถึง 12 สัปดาห์ ในงานวิจัยที่ติดตามคน 10 คน จำนวนคนที่รู้สึกว่ายิ้มได้น้อยลงคือ 2 คนในสัปดาห์ที่ 2, 6 คนในสัปดาห์ที่ 4, 3 คนในสัปดาห์ที่ 12 และ 0 คนในสัปดาห์ที่ 24
ยิ้มแข็งต้องรอกี่สัปดาห์ถึงจะหาย?
ใบหน้าที่ดูเรียวลงก็ค่อยเป็นค่อยไปเหมือนกัน ความกว้างของใบหน้าส่วนล่างเปลี่ยนไปนิดเดียวในสัปดาห์ที่ 2 เปลี่ยนชัดในสัปดาห์ที่ 12 แล้วกลับมาบางส่วนในสัปดาห์ที่ 24 จึงไม่ควรรีบตัดสินผลตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 การถ่ายรูปมุมเดิมห่างกันทีละไม่กี่สัปดาห์ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดกว่าการส่องกระจกวันเดียว
ผลข้างเคียงและความปลอดภัย อาการไหนรอได้ อาการไหนต้องไปทันที?
ผลข้างเคียงและความปลอดภัย อาการไหนรอได้ อาการไหนต้องไปทันที?
รอยช้ำเล็ก ๆ ตรงจุดที่ฉีด บวมเล็กน้อยในวันที่ฉีด และกรามเมื่อยง่ายเวลาเคี้ยวของแข็ง เป็นอาการที่ผ่านไปได้ ในงานวิจัย 10 คน อาการเคี้ยวแล้วเมื่อยพบมากช่วงสัปดาห์ที่ 2 ถึง 4 และพอถึงสัปดาห์ที่ 12 ก็ไม่มีใครยังมีอาการนี้ ถ้ายิ้มดูแปลกแต่ยังปิดปาก ดื่มน้ำ และพูดได้ตามปกติ สามารถถ่ายรูปเก็บไว้และดูอาการต่อไปได้
แต่อาการด้านล่างนี้ต่างออกไป องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (US FDA) เตือนว่าฤทธิ์ของโบท็อกซ์อาจแผ่ออกไปนอกบริเวณที่ฉีด และอาการเหล่านี้อาจเกิดได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมง ไม่กี่วัน ไปจนถึงหลายสัปดาห์หลังฉีด
- กลืนลำบาก พูดลำบาก หรือหายใจลำบาก
- ไม่มีแรงหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งตัว
- เห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว หรือหนังตาตก
- เสียงแหบ เสียงเปลี่ยน หรือพูดไม่ชัด
- กลั้นปัสสาวะไม่ได้
ถ้ามีอาการใดอาการหนึ่งข้างต้น อย่ารอดูอาการ ให้ติดต่อแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที ปัญหาการกลืนและการหายใจอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ก่อนฉีดโบท็อกซ์กรามครั้งต่อไป ควรจดอะไรไว้บ้าง?
ข้อมูลที่ช่วยวางแผนครั้งต่อไปได้มากคือ ฉีดไปข้างละกี่ยูนิต และฉีดลึกแค่ไหน แนะนำให้ขอชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวนยูนิตแต่ละข้าง และวันที่ฉีด จากคลินิกที่ฉีดครั้งแรกเก็บไว้ จากนั้นในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 หลังฉีด ให้ถ่ายรูปตอนยิ้ม 1 รูปและตอนกัดฟัน 1 รูปในแสงเดียวกัน ก็จะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงมาจากกล้ามเนื้อมัดไหน
ถ้าคุณอยู่ที่กรุงโซลและอยากให้ STON Clinic ช่วยดู ตอนติดต่อครั้งแรกให้แจ้งข้อมูล 3 อย่างนี้ พร้อมวันที่เริ่มรู้สึกว่ายิ้มแปลกไป จะฉีดปริมาณเท่าเดิมหรือปรับความลึก คุณหมอจะตัดสินจากบันทึกเหล่านี้ร่วมกับการตรวจนะคะ
หากอ่านแล้วอยากปรึกษาเพิ่มเติม
เขียนคำถามเอกสารอ้างอิง
- อาการเมื่อฤทธิ์โบท็อกซ์แผ่ออกไปและช่วงเวลาที่อาจเกิด — US FDA, 2024 — U.S. Food and Drug Administration
- โบท็อกซ์เริ่มออกฤทธิ์และหมดฤทธิ์เมื่อไหร่ และกล้ามเนื้อรอบ ๆ อ่อนแรง — DermNet — DermNet NZ
- ติดตามคน 10 คนนาน 24 สัปดาห์หลังฉีดกล้ามเนื้อกราม — An Bras Dermatol, 2014 — PubMed Central
- ผลข้างเคียงในผู้ป่วยฉีดกล้ามเนื้อกราม 80 คน — Int J Dermatol, 2025 — PubMed Central
- สาเหตุและการแก้อาการนูนตอนกัดฟัน — Int J Womens Dermatol, 2021 — PubMed Central
- ข้อมูลผู้ป่วยฉีดกล้ามเนื้อกราม 239 คน — Aesthetic Plast Surg, 2026 — PubMed Central
- ความหนาของกล้ามเนื้อกรามและรูปแบบเอ็นในคนที่นูน — J Cosmet Dermatol, 2026 — PubMed Central
- เทียบการฉีดโดยใช้อัลตราซาวด์นำทางกับแบบปกติใน 20 คน — Toxins, 2020 — PubMed Central
คำถามที่พบบ่อย
Q. ผ่านไป 12 สัปดาห์แล้วยังยิ้มแข็งอยู่ ควรทำยังไง?
A. ถ้าผ่าน 12 สัปดาห์แล้วยังไม่เห็นว่าดีขึ้น แนะนำให้กลับไปตรวจอีกครั้งค่ะ อาการกล้ามเนื้อรอบ ๆ อ่อนแรงจากโบท็อกซ์โดยทั่วไปอยู่ได้นานถึงราว 12 สัปดาห์ และในงานวิจัย 10 คน พอถึงสัปดาห์ที่ 24 ก็ไม่มีใครยังยิ้มเปลี่ยนอยู่ อย่าลืมนำวันที่ฉีดและรูปที่ถ่ายไว้ไปด้วยนะคะ
Q. กัดฟันแล้วแก้มนูน แปลว่าโบท็อกซ์ไม่ได้ผลใช่ไหม?
A. ไม่เสมอไปค่ะ อาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อกรามคลายตัวแค่บางส่วน ในข้อมูลผู้ป่วย 80 คน มี 2 คน (2.5%) ที่นูนแบบนี้ และอีก 2 คนที่ยิ้มไม่เท่ากัน การฉีดเติมเล็กน้อยตรงใยกล้ามเนื้อที่นูนเป็นวิธีหนึ่งที่มีการใช้ แนะนำให้ถ่ายรูปตอนกัดฟันแล้วให้แพทย์ตรวจค่ะ
Q. โบท็อกซ์กรามช่วยเรื่องนอนกัดฟันด้วยไหม?
A. ในงานวิจัยขนาดเล็กช่วยได้ แต่อยู่ได้ไม่นานค่ะ คนที่นอนกัดฟัน 8 คนดีขึ้นทุกคน และ 7 คนดีขึ้นต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน แต่พอถึงสัปดาห์ที่ 24 เหลือเพียง 1 คนที่ยังดีขึ้นอยู่
Q. ครั้งก่อนยิ้มแข็ง ครั้งนี้ฉีดอีกได้ไหม?
A. ถ้ารอยยิ้มกลับมาเป็นปกติแล้ว การที่เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งไม่ได้แปลว่าฉีดอีกไม่ได้ค่ะ ในงานวิจัย 10 คน แม้จะมีผลข้างเคียง ก็ยังมี 80% ที่ตอบว่าอยากฉีดอีก ควรบอกแพทย์ว่าครั้งก่อนเกิดอะไรขึ้นและฉีดไปกี่ยูนิต เพื่อใช้วางตำแหน่งฉีดครั้งนี้
Q. ฉีดโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง ช่วยลดการนูนได้ไหม?
A. อาจช่วยได้ แต่งานวิจัยยังมีคนน้อยค่ะ งานวิจัยหนึ่งให้อาสาสมัครชาวเกาหลี 20 คนฉีดข้างหนึ่งโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง อีกข้างฉีดแบบปกติ พบการนูนเพียง 1 คนในข้างที่ฉีดแบบปกติ และยุบไปหลังฉีดเติม อีกงานวิเคราะห์พบว่ากล้ามเนื้อกรามที่นูนมักหนากว่าตั้งแต่แรก
คำชี้แจงข้อมูลทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไปและไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการตรวจรักษาเฉพาะบุคคลได้ ดูนโยบายบรรณาธิการ

Jangju Kim ผู้อำนวยการแพทย์อาวุโส
JANGJU KIM
นพ. Jangju Kim เป็นผู้อำนวยการ STON Clinic ที่โรงแรม LOTTE ย่านเมียงดง
ประวัติการทำงาน / การศึกษา
- 현) 스톤클리닉 명동 롯데호텔 원장
- 경희대학교 의과대학 졸업
ความคิดเห็น