ประเด็นสำคัญ
- ผมบางแบบผู้ชายมักเริ่มจากแนวไรผมที่ร่นและเส้นผมกลางศีรษะที่เล็กลง
- ถ่ายรูปด้วยแสงและมุมเดิมทุก ๆ ไม่กี่เดือนแล้วนำมาเทียบ จะอ่านการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น
- ไมน็อกซิดิลชนิดทาต้องใช้อย่างน้อย 4 เดือน บางรายถึง 1 ปี จึงจะประเมินได้
- ฟีนาสเตอไรด์ชนิดกินต้องใช้อย่างน้อย 3 เดือน และมักกลับสู่สภาพเดิมภายใน 12 เดือนหลังหยุด
- ผมร่วงจากสาเหตุอื่นต้องแยกก่อน จึงควรพบแพทย์ผิวหนังก่อนเริ่มดูแล
เวลาสระผมแล้วเห็นเส้นผมค้างที่ท่อระบายน้ำมากขึ้น หรือมองรูปถ่ายแล้วรู้สึกว่ากลางศีรษะไม่เหมือนเดิม หลายคนเริ่มกังวลตั้งแต่ตอนนั้น ผมบางแบบผู้ชายมักค่อย ๆ เปลี่ยนไปในช่วงหลายปี ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว บทความนี้จะพาดูว่าช่วงแรกควรสังเกตอะไร และมีทางเลือกอะไรบ้างค่ะ
สัญญาณช่วงแรกอยู่ตรงไหน
จุดที่เปลี่ยนก่อนมักเป็นแนวไรผมด้านหน้าที่ร่นไปด้านหลังทั้งสองข้าง กับผมบริเวณกลางศีรษะที่เส้นเล็กลงจนเห็นหนังศีรษะชัดขึ้น จริง ๆ แล้วสิ่งที่สังเกตได้ก่อนมักไม่ใช่จำนวนเส้นที่ร่วง แต่เป็นความหนาของเส้นผมที่ลดลง
ข้อมูลสุขภาพภาครัฐระบุว่า ผมบางแบบนี้มักพบตามประวัติครอบครัว และเป็นชนิดที่ไม่ค่อยกลับมาเองตามธรรมชาติ ต่างจากผมร่วงหลังความเครียด น้ำหนักลดเร็ว หรือหลังเจ็บป่วย ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อจัดการต้นเหตุได้
วิธีดูว่ากำลังเป็นมากขึ้นหรือไม่
รูปเดียวบอกอะไรไม่ได้มาก วิธีที่ใช้ได้จริงคือถ่ายรูปด้วยแสงและมุมเดิมทุก ๆ ไม่กี่เดือน แยกถ่ายแนวไรผมกับกลางศีรษะไว้คนละรูป แล้วนำมาเทียบกัน
ถ้าหนังศีรษะแดง มีสะเก็ดและคันร่วมด้วย อาจมีภาวะอื่นซ้อนอยู่ เช่น ผิวหนังอักเสบชนิดเซบเดิร์ม ส่วนกรณีที่ผมร่วงเป็นหย่อมกลมขนาดเท่าเหรียญ หรืออยู่ ๆ ร่วงหนักขึ้นมากในเวลาสั้น ๆ ควรนึกถึงสาเหตุอื่นก่อน เช่น ผมร่วงเป็นหย่อม หรือผมร่วงระยะพัก แนวทางดูแลของกลุ่มนี้ต่างออกไป พูดง่าย ๆ คือควรให้แพทย์ตรวจแยกก่อนเริ่มอะไร
ยาที่ใช้กันมีอะไรบ้าง
ไมน็อกซิดิลชนิดทา ใช้เพื่อกระตุ้นการงอกของเส้นผม ข้อมูลยาอธิบายว่า ต้องใช้อย่างน้อย 4 เดือน บางรายนานถึง 1 ปีจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ไม่ได้ผลกับแนวไรผมที่ร่นไปแล้ว และเมื่อหยุดใช้ ผมที่งอกใหม่ส่วนใหญ่จะร่วงกลับภายในไม่กี่เดือน
ฟีนาสเตอไรด์ชนิดกิน ทำงานโดยลดผลของฮอร์โมนเพศชายที่ไปขัดขวางการงอกของผมบนหนังศีรษะ ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า ต้องใช้อย่างน้อย 3 เดือนจึงจะประเมินได้ หากหยุดยามักกลับสู่สภาพเดิมภายใน 12 เดือน และผู้หญิงที่อาจตั้งครรภ์ไม่ควรสัมผัสเม็ดยาที่แตกหัก
ข้อมูลสุขภาพภาครัฐจัดสองตัวนี้เป็นแนวทางหลักของผมบางแบบผู้ชาย แต่ย้ำว่าผลลัพธ์ไม่เหมือนกันในทุกคน และคงอยู่เฉพาะช่วงที่ยังใช้ยาอยู่
ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
ยาทั้งสองชนิดมีรายงานอาการที่เกิดได้ต่างกันไปในแต่ละคน เช่น การระคายเคืองหนังศีรษะ หรืออาการที่เกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ ถ้ากำลังใช้ยาอื่นอยู่ หรือมีประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตับ โรคไต ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่แรก
การเพิ่มขนาดยาเองโดยไม่ปรึกษาไม่ใช่ทางที่ปลอดภัย ผลลัพธ์และความเร็วในการตอบสนองต่างกันไปในแต่ละคน
ไม่เหมาะกับใคร
ฟีนาสเตอไรด์ไม่ใช่ยาสำหรับผู้หญิงที่อาจตั้งครรภ์ และคนกลุ่มนี้ไม่ควรสัมผัสเม็ดยาที่แตกหัก คนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ตับ หรือไต ต้องให้แพทย์ประเมินก่อน ส่วนคนที่ผมร่วงจากสาเหตุอื่น เช่น ผมร่วงเป็นหย่อมหรือผมร่วงระยะพัก แนวทางจะไม่ใช่แบบเดียวกัน
สรุป
ยิ่งเริ่มดูเร็ว ยิ่งวางแผนไปทางรักษารากผมที่ยังเหลืออยู่ได้ง่ายกว่า เก็บรูปเทียบด้วยแสงและมุมเดิมไว้สักสองสามเดือน จะช่วยให้คุยกับแพทย์ได้ตรงจุดขึ้น หากเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กังวล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนตัดสินใจเองนะคะ
เอกสารอ้างอิง
- Minoxidil Topical — MedlinePlus
- Finasteride — MedlinePlus
- Hair loss — NHS
คำถามที่พบบ่อย
Q. วันหนึ่งผมร่วงกี่เส้นถึงเรียกว่าผิดปกติ
A. ใช้จำนวนเส้นอย่างเดียวตัดสินได้ยากค่ะ ลองดูด้วยว่าเส้นผมเล็กลงไหม และแนวไรผมกับกลางศีรษะเปลี่ยนไปแค่ไหนในช่วงไม่กี่เดือน
Q. ถ้าหยุดยาแล้วจะเป็นอย่างไร
A. ยาทั้งสองชนิดคงผลไว้เฉพาะช่วงที่ใช้อยู่ค่ะ มีรายงานว่าหลังหยุดมักกลับสู่สภาพเดิมภายในไม่กี่เดือนถึง 1 ปี
위영진 대표원장
YOUNGJIN WI
ประวัติการทำงาน / การศึกษา
- 현) 뷰티스톤의원 합정점 대표원장
- 서울대학교 의과대학 졸업
- 서울대학교병원 수련의
- 서울대학교병원 전문의
กิจกรรมสมาคมวิชาชีพ
- 현) 대한임상미용의학회 학술이사
- 현) 대한레이저피부모발학회 회원
- 현) 대한미용성형레이저학회 회원
- 현) 대한비만학회 비만전문인증의
- 현) 대한비만미용체형학회 회원
- 현) 아프로메디온 키닥터 최고자문위원
- 현) 대한신경근골격초음파학회 회원
- 현) 대한필러학회 회원