หลังคลอดท้องยังป่อง—กล้ามเนื้อแยกหรือไขมันใต้ผิว เช็กอะไรก่อนดี?

หลังคลอดท้องยังป่อง—กล้ามเนื้อแยกหรือไขมันใต้ผิว เช็กอะไรก่อนดี?

Jangju Kimอ่าน 14 นาทีนโยบายบรรณาธิการ

ประเด็นสำคัญ

  • เข้าใจว่า diastasis recti คืออะไรและพบบ่อยแค่ไหนหลังคลอด
  • รู้สัญญาณที่แยกระหว่างกล้ามเนื้อแยกกับไขมันใต้ผิวหนัง
  • รู้วิธีสังเกตเบื้องต้นด้วยตัวเองในท่านอน
  • รู้ว่าควรเตรียมข้อมูลอะไรก่อนเข้าปรึกษาแพทย์

หลังคลอดลูกหลายเดือนแล้ว น้ำหนักกลับมาใกล้เดิมแล้ว แต่ท้องยังดูป่องอยู่ บางคนรู้สึกว่าท้องส่วนกลางโดยเฉพาะแถวสะดือยังโปนออกมาแม้จะไม่ได้อ้วนขึ้น

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือท้องที่ป่องหลังคลอดไม่ได้มาจากไขมันอย่างเดียวเสมอไป บางครั้งสาเหตุคือกล้ามเนื้อหน้าท้องสองข้างแยกออกจากกัน ซึ่งในภาษาการแพทย์เรียกว่าภาวะ diastasis recti หรือกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก ภาวะนี้พบบ่อยกว่าที่คิดและอาจคงอยู่นานหากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาไปทำความเข้าใจว่าท้องป่องหลังคลอดมาจากชั้นไหน สัญญาณที่แยกระหว่างกล้ามเนื้อแยกกับไขมันใต้ผิวมีอะไรบ้าง และก่อนปรึกษาแพทย์ควรเตรียมข้อมูลอะไรไว้บ้างนะคะ

บทความนี้รวบรวมข้อมูลหัตถการของ Beautystone ค่ะ ผลลัพธ์แต่ละคนต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนตัดสินใจนะคะ

หลังคลอดท้องป่อง—ไม่ใช่แค่ไขมันเสมอไป

หลังคลอดท้องป่อง—ไม่ใช่แค่ไขมันเสมอไปหลังคลอดท้องป่อง—ไม่ใช่แค่ไขมันเสมอไป

ช่วงตั้งครรภ์มดลูกขยายใหญ่ขึ้นมาก เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เชื่อมกล้ามเนื้อหน้าท้องสองข้างเข้าหากัน ซึ่งเรียกว่า linea alba จะถูกดึงขยายออก ทำให้กล้ามเนื้อ rectus abdominis* ทั้งสองด้านแยกออกจากกัน

ช่วงหลังคลอดใหม่ ๆ ภาวะนี้พบได้ในคนส่วนใหญ่ และจากการศึกษาที่ติดตามผู้หญิงหลังคลอด 1,050 คน งานวิจัยจาก PMC พบว่าเมื่อครบ 6–8 สัปดาห์หลังคลอด มีอัตราการเกิด diastasis recti ถึง 56.6% และเมื่อติดตามถึง 12 เดือน พบว่า 82.6% ยังคงมีภาวะนี้อยู่ โดยการผ่าตัดคลอดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.075 เท่าเมื่อเทียบกับคลอดธรรมชาติ

rectus abdominis: กล้ามเนื้อหน้าท้องแนวตั้งสองมัดที่วิ่งขนานกัน มีเนื้อเยื่อ linea alba เชื่อมอยู่ตรงกลาง เมื่อ linea alba ยืดออกจนกว้างเกิน 2 ซม. จะเรียกว่า diastasis recti

หลังคลอดท้องป่อง—ไม่ใช่แค่ไขมันเสมอไปหลังคลอดท้องป่อง—ไม่ใช่แค่ไขมันเสมอไป

กล้ามเนื้อแยกกับไขมันใต้ผิว—แยกอย่างไร?

กล้ามเนื้อแยกกับไขมันใต้ผิว—แยกอย่างไร?กล้ามเนื้อแยกกับไขมันใต้ผิว—แยกอย่างไร?

ทั้งสองสภาวะทำให้ท้องดูป่องคล้ายกัน แต่มีสัญญาณที่ต่างกันถ้ารู้จะสังเกต ดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ก่อนนะคะ

ลักษณะสัญญาณของ diastasis rectiสัญญาณของไขมันใต้ผิว
ตำแหน่งที่ป่องแนวกลางท้องแถวสะดือ โปนเป็นสันท้องน้อยทั้งบริเวณ หรือขยายถึงสีข้าง
เมื่อนอนราบเกร็งหน้าท้องแล้วมีสันนูนตรงกลางไม่มีสันนูน ท้องแบนลงทั่ว ๆ
ความสัมพันธ์กับน้ำหนักน้ำหนักกลับมาแล้วท้องยังป่องเหมือนเดิมเมื่อน้ำหนักลดท้องก็ยุบลงด้วย
ความรู้สึกเมื่อกดกดตรงกลางแถวสะดือแล้วรู้สึกว่างหรืออ่อนนุ่มกว่าไขมันรู้สึกสม่ำเสมอทั่วบริเวณ
อาการอื่นปวดหรือดึงตรงกลางเมื่อลุกนั่ง กล้ามเนื้อหน้าท้องอ่อนแรงส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บปวด

การวินิจฉัย diastasis recti ที่แม่นยำใช้อัลตราซาวนด์วัดระยะห่างระหว่างกล้ามเนื้อ rectus abdominis สองข้าง ซึ่งเรียกว่า inter-rectus distance (IRD) จากงานวิจัย การศึกษาด้วยอัลตราซาวนด์ พบว่าค่าเฉลี่ย IRD ในสัปดาห์ที่ 6 หลังคลอดอยู่ที่ 2.38±1.05 ซม. โดยเกณฑ์วินิจฉัยอยู่ที่ ≥2 ซม. ส่วนไขมันใต้ผิวหนังจะถูกวัดเป็นชั้นแยกออกจากกล้ามเนื้อ สองอย่างนี้จึงเห็นในภาพเดียวกันแต่คนละชั้น

ทำไม Beautystone จึงดูทั้งสองสาเหตุพร้อมกันในการปรึกษาหลังคลอด?

ทำไม Beautystone จึงดูทั้งสองสาเหตุพร้อมกันในการปรึกษาหลังคลอด?ทำไม Beautystone จึงดูทั้งสองสาเหตุพร้อมกันในการปรึกษาหลังคลอด?

หลายคนมาปรึกษาด้วยคำว่า "น้ำหนักลดแล้วแต่ท้องยังอยู่" ซึ่งฟังดูเหมือนปัญหาไขมัน แต่จริง ๆ แล้วอาจมาจากกล้ามเนื้อแยก ไขมัน หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน ถ้าไม่แยกสาเหตุออกจากกันก่อน แนวทางดูแลอาจไม่ตรงจุด

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือผู้ที่มี diastasis recti แล้วออกกำลังกายท่าที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง เช่น crunch หรือ sit-up แบบคลาสสิก อาจทำให้ท้องยิ่งโปนขึ้นแทนที่จะแบนลง เพราะท่าเหล่านั้นดันกล้ามเนื้อออกทางช่องว่างที่แยกอยู่

ในทางกลับกัน ถ้าไขมันใต้ผิวหนังเป็นสาเหตุหลัก การวิเคราะห์ body composition และการแยกแยะว่าเป็นไขมันใต้ผิวหรือไขมันในช่องท้องก็มีความสำคัญ เพราะแนวทางดูแลต่างกัน ในการปรึกษาจึงมักถามถึงประวัติน้ำหนักและช่วงเวลาที่ท้องเริ่มเปลี่ยนไปด้วยเสมอ

ทำไม Beautystone จึงดูทั้งสองสาเหตุพร้อมกันในการปรึกษาหลังคลอด?ทำไม Beautystone จึงดูทั้งสองสาเหตุพร้อมกันในการปรึกษาหลังคลอด?

วิธีสังเกตเบื้องต้นด้วยตัวเองที่บ้าน

วิธีสังเกตเบื้องต้นด้วยตัวเองที่บ้านวิธีสังเกตเบื้องต้นด้วยตัวเองที่บ้าน

ก่อนเข้าพบแพทย์ ลองสังเกตตัวเองด้วยขั้นตอนง่าย ๆ นี้ได้นะคะ ผลที่ได้ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่ช่วยให้รู้แนวโน้มก่อนปรึกษา

ขั้นแรก นอนหงายราบบนพื้น งอเข่าประมาณ 90 องศา วางมือไว้บนหน้าท้องและผ่อนคลาย

ขั้นที่สอง ใช้นิ้วมือ 1–2 นิ้วกดเบา ๆ บริเวณเหนือสะดือตรงแนวกลาง ในขณะที่ยังไม่เกร็ง ถ้ารู้สึกว่าตรงกลางนุ่มหรือว่างกว่าบริเวณข้าง ๆ ถือเป็นสัญญาณหนึ่ง

ขั้นที่สาม ค่อย ๆ ยกศีรษะและไหล่ขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะลุกขึ้น ถ้าเห็นสันนูนแนวตั้งตรงกลางท้องหรือท้องส่วนกลางโปนออกมาชัด อาจบ่งชี้ถึง diastasis recti ถ้านิ้วมือสามารถวางในช่องว่างได้กว้างกว่าสองนิ้ว ควรตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ต่อไป

งานวิจัย การศึกษาเรื่องความแม่นยำของการคลำ พบว่าความหนาของไขมันใต้ผิวหนังส่งผลต่อความแม่นยำในการคลำ โดยมีเกณฑ์อ้างอิงที่ประมาณ 2 นิ้วมือ ดังนั้นถ้ามีไขมันมาก การสังเกตด้วยตัวเองอาจไม่แม่นยำ และควรตรวจด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม

สรุป และสิ่งที่ควรเตรียมก่อนปรึกษา

สรุป และสิ่งที่ควรเตรียมก่อนปรึกษาสรุป และสิ่งที่ควรเตรียมก่อนปรึกษา

ท้องป่องหลังคลอดอาจมาจากกล้ามเนื้อแยก ไขมันใต้ผิว หรือทั้งคู่ การแยกสาเหตุก่อนจะช่วยให้การดูแลตรงจุดและปลอดภัยกว่า

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนปรึกษาคือ บันทึกน้ำหนักก่อนและหลังคลอด ช่วงเวลาที่สังเกตว่าท้องเริ่มเปลี่ยนไป รูปถ่ายด้านหน้าและด้านข้างในแสงธรรมชาติ และประวัติการออกกำลังกายโดยเฉพาะท่าที่เกี่ยวกับหน้าท้อง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การพูดคุยกับแพทย์ตรงประเด็นและเห็นภาพรวมได้ชัดขึ้นค่ะ

ไม่เหมาะกับใคร: กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรและยังไม่ได้รับการประเมินจากแพทย์ มีการอักเสบหรือบาดเจ็บในบริเวณหน้าท้อง หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมใด ๆ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น: ขึ้นอยู่กับแนวทางที่แพทย์เลือกร่วมกับคุณ อาจมีความรู้สึกไม่สบายหรือปวดเล็กน้อยในช่วงแรกของการฟื้นฟู ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและระดับของภาวะที่มี ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ

เขียนคำถาม

เอกสารอ้างอิง

  1. งานวิจัยจาก PMCPubMed Central
  2. การศึกษาด้วยอัลตราซาวนด์PubMed Central
  3. การศึกษาเรื่องความแม่นยำของการคลำPubMed Central

คำถามที่พบบ่อย

Q. diastasis recti จะหายเองได้ไหมถ้าไม่ทำอะไรเลย?

A. บางรายอาจดีขึ้นได้เองในช่วงสัปดาห์แรก แต่จากงานวิจัยพบว่า 12 เดือนหลังคลอด ผู้หญิงมากกว่า 82% ยังคงมีภาวะนี้อยู่ค่ะ และในกลุ่มที่ไม่ได้รับการดูแลเลย ประมาณ 35–70% ไม่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติ การรอดูอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ

Q. สัน้นูนแนวตั้งที่ท้องเมื่อเกร็ง บ่งบอกถึง diastasis recti ได้ไหม?

A. การที่มีสันนูนหรือท้องส่วนกลางโปนออกมาเมื่อเกร็งหน้าท้องเป็นหนึ่งในสัญญาณที่พบบ่อยของ diastasis recti ค่ะ แต่การวินิจฉัยที่แน่ชัดต้องใช้อัลตราซาวนด์วัด inter-rectus distance การสังเกตด้วยตัวเองเป็นแค่ขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น

Q. ถ้ามีทั้ง diastasis recti และไขมัน ควรดูแลอะไรก่อน?

A. ควรแยกสาเหตุให้ชัดก่อนค่ะ ถ้ามี diastasis recti อยู่ การออกกำลังกายท่าที่เพิ่มแรงดันในช่องท้องเช่น crunch แบบคลาสสิก อาจทำให้ท้องยิ่งโปนขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนลำดับการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน

Q. ท้องส่วนบนกับส่วนล่างที่ป่องต่างกัน บอกอะไรได้บ้าง?

A. ถ้าท้องบริเวณสะดือขึ้นไปโปนเป็นสันแนวกลาง อาจบ่งชี้ถึง diastasis recti ค่ะ ถ้าท้องน้อยทั้งบริเวณหรือขยายถึงสีข้าง มักชี้ไปที่ไขมันใต้ผิวหนัง อย่างไรก็ตามสองสาเหตุอาจเกิดพร้อมกันได้ ดังนั้นการประเมินจากแพทย์จะให้คำตอบที่ชัดเจนกว่า

Jangju Kim

Jangju Kim ผู้อำนวยการคลินิก

JANGJU KIM

นพ. Jangju Kim เป็นผู้อำนวยการ STON Clinic ที่โรงแรม LOTTE ย่านเมียงดง

ประวัติการทำงาน / การศึกษา

  • 현) 스톤클리닉 명동 롯데호텔 원장
  • 경희대학교 의과대학 졸업
ดูโปรไฟล์แพทย์

ความคิดเห็น