ประเด็นสำคัญ
- อาการแสบ แดง และลอกเป็นขุยในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกของการใช้เรตินอยด์ ส่วนใหญ่ผ่านไปได้ด้วยการเว้นระยะการทาและเพิ่มการบำรุงความชุ่มชื้น
- ดูอาการนานแค่ไหน: การระคายเคืองมักหนักที่สุดในสัปดาห์ที่ 1-2 และช่วง 2-4 สัปดาห์แรกนิยมเริ่มด้วยการทาวันเว้นวัน
- ควรหยุดเมื่อไหร่: ถ้ามีตุ่มน้ำ น้ำเหลืองซึม ลมพิษ หรือผื่นบวมร้อน ควรหยุดทาและไปพบแพทย์
- เรตินอยด์ชนิดที่แพทย์สั่งจ่ายระคายเคืองมากกว่าเรตินอลในเครื่องสำอาง ในงานวิจัยหนึ่ง ผู้ใช้ 44% มีผิวแดงในช่วง 4 สัปดาห์แรก
ถ้าแสบ แดง และผิวลอกในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกที่เริ่มทาเรตินอล ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องหยุด แค่ลดความถี่ในการทาลงก่อน อาการระคายเคืองจากกลุ่มเรตินอยด์มักเป็นหนักช่วงไม่กี่สัปดาห์แรก แล้วค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อผิวปรับตัวได้ แต่ถ้ามีตุ่มน้ำใส มีน้ำเหลืองซึม หรือผิวบวมร้อนขึ้นมา แบบนี้ไม่ใช่อาการปรับตัวแล้ว ควรหยุดทาและไปพบแพทย์ค่ะ
ทาเรตินอลแล้วแสบและลอก แปลว่าผิวพังหรือเปล่า?
ทาเรตินอลแล้วแสบและลอก แปลว่าผิวพังหรือเปล่า?
ส่วนใหญ่ไม่ใช่ สิ่งที่รู้สึกคือการระคายเคืองตื้น ๆ ที่ชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นผิวชั้นนอกสุด เรตินอยด์จะเปลี่ยนจังหวะการผลัดและสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ผิวด้านบน ระหว่างที่จังหวะใหม่ยังไม่เข้าที่ ผิวชั้นนอกก็จะรวน ๆ ไปชั่วคราว จึงเกิดอาการแดง ลอกเป็นขุย และแห้งตึง
พูดง่าย ๆ คือ เหมือนเครื่องยนต์ที่เพิ่งถูกปรับรอบให้หมุนเร็วขึ้น ช่วงแรกจะสะดุดบ้าง แต่พอชินกับรอบใหม่ก็จะเดินเรียบขึ้น งานวิจัยอธิบายว่าอาการแบบนี้มักอยู่ในระดับเบาถึงปานกลาง และจำกัดอยู่แค่ชั้นหนังกำพร้า
อาการนี้มีชื่อเรียกว่า "ผิวอักเสบจากเรตินอยด์" ถึงชื่อจะมีคำว่าอักเสบ แต่ส่วนใหญ่เป็นการระคายเคือง ไม่ใช่การแพ้ การแพ้เรตินอยด์จริง ๆ มีรายงานน้อยมาก เพราะฉะนั้นแสบไปไม่กี่วันไม่ได้แปลว่าผิวของคุณใช้เรตินอยด์ไม่ได้ตลอดไป ส่วนใหญ่แปลว่าปริมาณหรือความถี่ที่ใช้ยังเกินกว่าที่ผิวรับไหวในตอนนี้
ทาเรตินอลแล้วแสบและลอก แปลว่าผิวพังหรือเปล่า?
เรตินอยด์: ชื่อเรียกรวมของสารกลุ่มเดียวกับวิตามินเอ มีทั้งเรตินอลและเรตินัลในเครื่องสำอาง และยาทาที่แพทย์สั่งจ่าย
แสบและลอกแบบนี้ ดูอาการได้กี่สัปดาห์?
แสบและลอกแบบนี้ ดูอาการได้กี่สัปดาห์?
ถ้าอาการหนักสุดในสัปดาห์ที่ 1-2 แล้วค่อย ๆ เบาลง โดยทั่วไปยังใช้ต่อได้ บทความที่รวบรวมผลการทดลองทางคลินิกระบุว่า การระคายเคืองจากเรตินอยด์แบบทามักขึ้นสูงสุดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แล้วค่อย ๆ ลดลง ช่วง 2-4 สัปดาห์แรกที่ระคายเคืองได้ง่ายที่สุด จึงนิยมเริ่มด้วยการเว้นระยะการทา
แทนที่จะเลิกเลยเพราะสัปดาห์แรกไม่สบายผิว ลองเว้นระยะการทาให้ห่างขึ้น แล้วดูต่ออีก 1-2 สัปดาห์ว่ารอยแดงจางลงไหม ถ้าจางลง แปลว่าผิวกำลังปรับตัว
ความแรงของอาการยังขึ้นอยู่กับชนิดของสารด้วย ในการทดสอบแปะผิวซ้ำ ๆ นาน 14 วันกับคน 6 คน เรตินอลและเรตินัลระคายเคืองน้อย ส่วนกรดเรตินอยิก (เรตินอยด์ชนิดที่แพทย์สั่งจ่าย) ระคายเคืองชัดกว่า อีกการศึกษาหนึ่งที่ให้คน 355 คนใช้เรตินัลหรือกรดเรตินอยิกนาน 44 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มกรดเรตินอยิกในช่วง 4 สัปดาห์แรกมีผิวแดง 44% ลอกเป็นขุย 35% และแสบร้อนหรือคัน 29% ส่วนกลุ่มเรตินัลพบน้อยกว่าอย่างชัดเจน
แสบและลอกแบบนี้ ดูอาการได้กี่สัปดาห์?
ตัวเลขเหล่านี้มาจากเรตินอยด์ชนิดที่แพทย์สั่งจ่าย ไม่ใช่เรตินอลในเครื่องสำอาง เรตินอลค่อนข้างอ่อนโยนกว่า แต่ถ้าความเข้มข้นสูงหรือทาทุกวันตั้งแต่วันแรก ก็อาจเกิดอาการแบบเดียวกันได้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง
อยากทาต่อแต่ให้ระคายเคืองน้อยลง ทำยังไงดี?
อยากทาต่อแต่ให้ระคายเคืองน้อยลง ทำยังไงดี?
เริ่มจากลดความถี่และปริมาณที่ทาก่อน เลือกผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนที่ความเข้มข้นต่ำ ช่วงแรกทาวันเว้นวันตอนกลางคืน แล้วค่อยเป็นค่อยไปเพิ่มตามที่ผิวรับไหว ถ้ายังไม่สบายผิว ลองเพิ่มวิธีด้านล่างทีละข้อ
- ลดปริมาณ และเว้นระยะเป็นทาทุก 2-3 คืน
- ทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อน แล้วค่อยทาเรตินอยด์ทับ
- ช่วง 2-4 สัปดาห์แรก ลองทาแบบสั้น ๆ คือทาทิ้งไว้ 30-60 นาทีแล้วล้างออก
- เลี่ยงรอบดวงตาและมุมปาก เพราะเป็นจุดที่ระคายเคืองง่าย
- ทาเฉพาะตอนกลางคืน และกันแดดให้ดีตอนกลางวัน
ปรับทีละอย่าง จะได้รู้ว่าวิธีไหนช่วยผิวเราได้จริง ขุยที่ลอกขึ้นมาไม่ควรใช้มือดึง หรือขัดออกด้วยผลิตภัณฑ์เม็ดขัดผิว เพราะยิ่งทำให้ผิวที่ระคายอยู่แล้วระคายมากขึ้น
ระหว่างใช้เรตินอยด์ ผิวจะไวต่อแดดมากขึ้น การกันแดดตอนกลางวันจึงข้ามไม่ได้ คนที่ผิวสีเข้มอาจมีรอยดำคล้ำหลงเหลือหลังผิวระคายเคือง จึงยิ่งควรค่อยเป็นค่อยไปและบำรุงความชุ่มชื้นไปด้วยตั้งแต่แรก
ผลข้างเคียง: แบบไหนเดี๋ยวก็หาย แบบไหนควรหยุดและพบแพทย์?
ผลข้างเคียง: แบบไหนเดี๋ยวก็หาย แบบไหนควรหยุดและพบแพทย์?
ผิวแดงเล็กน้อย ลอกเป็นขุยละเอียด ผิวตึง และแสบแปล๊บตอนทาในไม่กี่วันแรก เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัว วิธีดูง่าย ๆ คือ หลังเว้นระยะการทาแล้ว อาการเหล่านี้ควรเบาลงภายใน 1-2 สัปดาห์
| หัวข้อ | มักหายไปเอง | ควรหยุดทาและพบแพทย์ |
|---|---|---|
| ช่วงที่เกิด | 1-2 สัปดาห์แรกที่เริ่มใช้ | ช่วงไหนก็ได้ |
| ลักษณะ | แดงเล็กน้อย ขุยละเอียด ผิวตึง | ตุ่มน้ำ น้ำเหลืองซึม สะเก็ด ลมพิษ |
| ความรู้สึก | แสบแปล๊บตอนทาแล้วหาย | คันมาก บวมร้อน แสบเจ็บ |
| หลังเว้นระยะการทา | เบาลงภายใน 1-2 สัปดาห์ | เท่าเดิมหรือลามกว้างขึ้น |
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ควรหยุดใช้เรตินอยด์และไปพบแพทย์
- มีตุ่มน้ำใสหรือมีน้ำเหลืองซึมตรงที่ทา
- รอยแดงบวม ร้อน และคันมาก
- มีผื่นนูนคันคล้ายลมพิษ
- ผ่านช่วง 2-4 สัปดาห์แรกที่ระคายเคืองง่ายไปแล้ว แต่รอยแดงไม่ลดลงและลามกว้างขึ้น
หลังหยุดทา ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบ 10-15 นาที ทามอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่มีน้ำหอม และพยายามไม่เกา เพราะการเกามักทำให้ผื่นแย่ลง
ใครบ้างที่ควรใช้เรตินอยด์อย่างระวังเป็นพิเศษ?
ใครบ้างที่ควรใช้เรตินอยด์อย่างระวังเป็นพิเศษ?
ผิวบางแบบเปราะบางกว่าตั้งแต่แรก เรตินอยด์ทำให้ผิวแห้ง จึงอาจทำให้ผื่นผิวหนังอักเสบหรือเอ็กซีมาแย่ลง คนที่ผิวแพ้ง่ายหรือผิวแห้งมากมักไม่ค่อยเหมาะกับผลิตภัณฑ์เรตินอยด์ ก่อนเริ่มใช้จึงควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อน
ถ้าผิวมีรอยแดงหรือการอักเสบชัดเจนอยู่แล้ว เรตินอยด์อาจทำให้อาการเด่นขึ้น และระหว่างกำลังตั้งครรภ์ไม่ควรใช้เรตินอยด์ ถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนจะมีลูก ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าว่าจะจัดการกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่อย่างไร
ก่อนกลับมาทาใหม่หรือก่อนปรึกษาคุณหมอ ควรเตรียมอะไรไว้?
คำถามแรกที่ควรถามตอนปรึกษาคือ "ผิวของฉันควรทาสัปดาห์ละกี่คืน และควรใช้เวลากี่สัปดาห์ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น?" พอได้ระยะการทาที่ชัดเจนแล้ว จะดูได้ง่ายขึ้นว่าการระคายเคืองลดลงจริงหรือเปล่า
STON Clinic อยู่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี ตอนติดต่อ ให้บอกชื่อและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ วันที่เริ่มทาและความถี่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวหรือสกินแคร์ตัวอื่นที่ใช้ร่วมด้วย ถ้าถ่ายรูปหน้าในแสงเดียวกันไว้ทั้งวันที่เริ่มแสบและวันที่อาการหนักที่สุด จะช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของอาการได้ง่ายขึ้นนะคะ
หากอ่านแล้วอยากปรึกษาเพิ่มเติม
เขียนคำถามเอกสารอ้างอิง
- วิธีเริ่มใช้เรตินอยด์และเรตินอลอย่างปลอดภัย — American Academy of Dermatology — American Academy of Dermatology
- ผลข้างเคียงของเรตินอยด์ระหว่างรักษาสิวและวิธีลด — American Academy of Dermatology — American Academy of Dermatology
- ช่วงที่การระคายเคืองจากเรตินอยด์หนักที่สุดและวิธีรับมือ — Dermatol Ther, 2017 — PubMed Central
- เปรียบเทียบการระคายเคืองของเรตินอล เรตินัล และกรดเรตินอยิก — Dermatology, 1999 — PubMed Central
- ชนิดและผลข้างเคียงของเรตินอยด์แบบทา — DermNet — DermNet NZ
- อาการของผื่นแพ้สัมผัส — American Academy of Dermatology — American Academy of Dermatology
- การดูแลผื่นแพ้สัมผัสที่บ้านและเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ — American Academy of Dermatology — American Academy of Dermatology
คำถามที่พบบ่อย
Q. ทาเรตินอลแล้วแสบ แปลว่าแพ้หรือเปล่า?
A. ส่วนใหญ่ไม่ใช่ค่ะ ผิวระคายเคืองจากเรตินอยด์โดยทั่วไปไม่ได้แปลว่าแพ้ หลายคนปรับความถี่แล้วก็ใช้ต่อได้ การแพ้เรตินอยด์มีรายงานน้อยมาก แต่ถ้ามีตุ่มน้ำหรือลมพิษ ควรหยุดทาและไปพบแพทย์นะคะ
Q. ใช้เรตินอลแล้วสิวขึ้นเยอะกว่าเดิม ควรหยุดไหม?
A. ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ สิวเห่อชั่วคราวเป็นผลข้างเคียงที่รู้จักกันของเรตินอยด์ และมักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์กว่าสิวจะเริ่มลดลง แต่ถ้ามีตุ่มน้ำหรือน้ำเหลืองซึมร่วมด้วย ควรหยุดและให้แพทย์ตรวจค่ะ
Q. ทำไมรอบตากับมุมปากแสบกว่าตรงอื่น?
A. ผิวใกล้ดวงตาและริมฝีปากระคายเคืองจากเรตินอยด์ได้ง่ายเป็นพิเศษค่ะ เลี่ยงไม่ทาบริเวณนี้ หรือทามอยส์เจอไรเซอร์ตรงนั้นก่อนก็ช่วยลดการระคายเคืองได้ ถ้าเปลือกตาบวมหรือคันมาก ควรหยุดทาบริเวณนั้นก่อนนะคะ
Q. เป็นเอ็กซีมาหรือผิวหนังอักเสบ ใช้เรตินอลได้ไหม?
A. ต้องระวังค่ะ เรตินอยด์ทำให้ผิวแห้งและอาจทำให้เอ็กซีมาแย่ลง ผิวแห้งหรือแพ้ง่ายมักไม่ค่อยเหมาะ ก่อนเริ่มใช้แนะนำให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนค่ะ
Q. ระหว่างใช้เรตินอล ตอนกลางวันควรดูแลผิวยังไง?
A. ใช้เรตินอยด์เฉพาะตอนกลางคืน และปกป้องผิวจากแดดตอนกลางวันค่ะ อยู่ในที่ร่ม ใส่หมวกปีกกว้าง และทากันแดดบนผิวที่เสื้อผ้าปิดไม่ถึงนะคะ
Q. กำลังวางแผนมีลูก ยังทาเรตินอลต่อได้ไหม?
A. ระหว่างตั้งครรภ์ไม่ควรใช้เรตินอยด์ค่ะ แม้แต่เรตินอยด์แบบทาก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้ากำลังวางแผนตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าว่าจะจัดการกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่อย่างไรนะคะ
Q. เรตินอยด์ที่แพทย์สั่งจ่ายกับเรตินอล ระคายเคืองต่างกันแค่ไหน?
A. เรตินอยด์ที่แพทย์สั่งจ่ายระคายเคืองมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ในการทดสอบแปะผิว 14 วัน เรตินอลและเรตินัลระคายเคืองน้อย ส่วนกรดเรตินอยิกทำให้ผิวแดงและเลือดมาเลี้ยงผิวเพิ่มขึ้นชัดกว่า ในกลุ่มยาที่แพทย์สั่งจ่ายเองก็ระคายเคืองไม่เท่ากันค่ะ
ข้อมูลหัตถการที่เกี่ยวข้อง
คำชี้แจงข้อมูลทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไปและไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการตรวจรักษาเฉพาะบุคคลได้ ดูนโยบายบรรณาธิการ

Jangju Kim ผู้อำนวยการแพทย์อาวุโส
JANGJU KIM
นพ. Jangju Kim เป็นผู้อำนวยการ STON Clinic ที่โรงแรม LOTTE ย่านเมียงดง
ประวัติการทำงาน / การศึกษา
- 현) 스톤클리닉 명동 롯데호텔 원장
- 경희대학교 의과대학 졸업
ความคิดเห็น