เปลือกตาบนที่ดูลึกลงไป เกิดจากไขมันที่หายไปหรือหนังตาตกกันแน่

เปลือกตาบนที่ดูลึกลงไป เกิดจากไขมันที่หายไปหรือหนังตาตกกันแน่

Jangju Kimอ่าน 17 นาทีนโยบายบรรณาธิการ

ประเด็นสำคัญ

  • เปลือกตาบนดูลึกลงไปได้อย่างไร
  • ไขมันที่ลดลงกับหนังตาตกต่างกันตรงไหน
  • ทำไมสองอย่างนี้ถึงขับกันให้ดูชัดขึ้น
  • การปรึกษาจะตรวจอะไรก่อนตัดสินใจ

หลายคนสังเกตเห็นตอนส่องกระจกค่ะ เปลือกตาบนดูยุบลงกว่าเดิม ชั้นตาดูลึกขึ้น และอายแชโดว์ไม่ติดเหมือนเมื่อก่อน ทั้งที่นอนพอ แต่ในรูปกลับดูเหนื่อยตลอด

สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือการเติมตรงที่ยุบลงไป แต่ข้อมูลที่เผยแพร่อธิบายว่าเปลือกตาบนที่ดูลึกลงไปเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ซ้อนกันอยู่ อย่างแรกคือเนื้อเยื่อที่รองรับเปลือกตาลดลง อย่างที่สองคือแรงที่ยกเปลือกตาอ่อนลงจนขอบตาตกต่ำลงมา

บทความนี้จะเรียงให้ดูทีละขั้น ตั้งแต่เปลือกตาบนดูลึกลงไปได้อย่างไร สองเส้นทางนี้ต่างกันตรงไหน ทำไมทั้งคู่ถึงขับกันให้ดูชัดขึ้น และการปรึกษาจะดูอะไรก่อนนะคะ

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลการรักษาของ Beautystone Clinic ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การตัดสินใจเข้ารับหัตถการควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางก่อนนะคะ

เปลือกตาบนดูลึกลงไปได้อย่างไร

เปลือกตาบนดูลึกลงไปได้อย่างไรเปลือกตาบนดูลึกลงไปได้อย่างไร

เปลือกตาบนที่ดูยุบไม่ได้เกิดจากเนื้อเยื่อชั้นเดียวหายไป แต่เกิดจากหลายชั้นรอบดวงตาบางลงและหย่อนลงพร้อมกัน จนผิวด้านนอกกลายเป็นร่อง

ข้อมูลเรื่องริ้วรอยบนใบหน้าของสมาคมแพทย์ผิวหนังนิวซีแลนด์ ระบุว่าเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังลดลงตามอายุ และไล่เรียงสิ่งที่ตามมาไว้ ได้แก่ ดวงตาที่ดูลึกโบ๋ เปลือกตาบนและล่างที่หย่อน และร่องข้างจมูกที่ชัดจนดูเหนื่อย ข้อมูลเดียวกันยังระบุว่าคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินในชั้นหนังแท้ลดลง ทำให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิวลดลงตาม

งานที่เจาะเฉพาะรอบดวงตาเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง งานวิจัยทางคลินิกเรื่องเปลือกตาบนที่ยุบลง ระบุว่าการสูญเสียปริมาตรของช่องไขมันเบ้าตาส่วนบน เมื่อรวมกับความหย่อนของโครงสร้างพังผืดและการปรับรูปของกระดูกตามอายุ นำไปสู่ลักษณะเปลือกตาบนที่ดูยุบลง

งานเดียวกันจัดให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณที่มาเร็วที่สุดและเห็นได้ชัดที่สุดของความเสื่อมรอบดวงตา และระบุว่าทำให้ดูซูบ เหนื่อย และดูอายุมากกว่าที่เป็น นี่คือเหตุผลที่เปลือกตาบนมักเป็นจุดแรกที่ถูกสังเกตเห็น

ไขมันเบ้าตา: เนื้อเยื่อไขมันที่ห่อหุ้มลูกตาไว้และทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกค่ะ

เปลือกตาบนดูลึกลงไปได้อย่างไรเปลือกตาบนดูลึกลงไปได้อย่างไร

ไขมันที่ลดลงกับหนังตาตกต่างกันตรงไหน

ไขมันที่ลดลงกับหนังตาตกต่างกันตรงไหนไขมันที่ลดลงกับหนังตาตกต่างกันตรงไหน

สองเส้นทางนี้ให้ภาพที่คล้ายกัน แต่จุดตั้งต้นต่างกัน ไขมันที่ลดลงคือเรื่องของปริมาณเนื้อเยื่อที่ยังเหลืออยู่ ส่วนหนังตาตกคือเรื่องของแรงที่ยังเหลืออยู่ในโครงสร้างที่ยกเปลือกตา

งานวิจัยทางคลินิกเรื่องหนังตาตกกับตาลึกโบ๋ รายงานว่าตาลึกโบ๋ที่สัมพันธ์กับอายุมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับหนังตาตกของเปลือกตาบน และอธิบายกลไกที่เชื่อมสองอย่างนี้ไว้ เมื่อกล้ามเนื้อที่ยกเปลือกตาอ่อนแรงลง คนเราจะยกคิ้วโดยไม่รู้ตัวเพื่อชดเชยความสูงของการลืมตา การใช้กล้ามเนื้อหน้าผากต่อเนื่องทำให้ผิวเปลือกตาดูบางลง และไขมันที่ลดลงอยู่แล้วจึงเห็นชัดขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้นการดูด้านเดียวจึงตัดสินไม่ได้ สองคนที่ยุบเท่ากันอาจมีสัดส่วนของสองเส้นทางนี้ต่างกันมาก

สิ่งที่ตรวจด้านไขมันที่ลดลงด้านหนังตาตก
จุดตั้งต้นตามข้อมูลปริมาตรช่องไขมันเบ้าตาส่วนบนลดลงแรงของโครงสร้างที่ยกเปลือกตาลดลง
การเปลี่ยนแปลงที่ระบุคู่กันพังผืดหย่อนและกระดูกปรับรูปการยกคิ้วเพื่อชดเชย
สิ่งที่เห็นจากภายนอกร่องลึกใต้กระดูกคิ้วขอบเปลือกตาตกต่ำลงมาคลุมตา
ผลต่ออีกด้านหนึ่งมีหนังตาตกแล้วร่องจะดูลึกขึ้นผิวบางลงทำให้ร่องเด่นขึ้น
วิธีตรวจตอนปรึกษาดูตำแหน่งและความลึกของร่องดูความสูงการลืมตาและตำแหน่งคิ้ว

ตารางนี้ไม่ได้ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่แสดงว่าในภาพเดียวกันมีสองเส้นทางวางอยู่คู่กันนะคะ

ทำไม Beautystone Clinic ถึงตรวจทั้งสองอย่างพร้อมกัน

ทำไม Beautystone Clinic ถึงตรวจทั้งสองอย่างพร้อมกันทำไม Beautystone Clinic ถึงตรวจทั้งสองอย่างพร้อมกัน

ที่ Beautystone Clinic เวลาปรึกษาเรื่องเปลือกตาบนที่ดูลึก เราจะไม่ได้ดูเฉพาะร่องที่ยุบ แต่จะดูความสูงของการลืมตาและตำแหน่งคิ้วไปพร้อมกันค่ะ เหตุผลคือข้อมูลที่เผยแพร่อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างนี้เชื่อมโยงกันทางกลไก

งานวิจัยที่ยกมาข้างต้นรายงานการเปลี่ยนแปลงหลังแก้หนังตาตกเป็นตัวเลข ความสูงของเปลือกตาขณะลืมตาเพิ่มจาก 1.06 มิลลิเมตร เป็น 3.49 มิลลิเมตร และในช่วงเดียวกันความสูงของคิ้วลดจาก 21.19 มิลลิเมตร เหลือ 17.33 มิลลิเมตร แปลว่าการยกคิ้วเพื่อชดเชยลดลง

ส่วนที่น่าสนใจกว่าคือตัวร่องเอง ในงานเดียวกัน พื้นที่ร่องเปลือกตาบนลดจาก 79.83 ตารางมิลลิเมตร เหลือ 22.37 ตารางมิลลิเมตร โดยไม่ได้เติมปริมาตรใหม่เข้าไปเลย ผู้วิจัยอธิบายว่าการเลื่อนแผ่นเอ็นกล้ามเนื้อยกเปลือกตาและกลุ่มกล้ามเนื้อมุลเลอร์มาข้างหน้าแล้วยึดไว้ ทำให้ไขมันเบ้าตาและแผ่นกั้นเบ้าตาเลื่อนมาข้างหน้าและเติมร่องจากด้านใน

การปรึกษาจึงไม่ได้เริ่มจากการกำหนดปริมาณที่จะเติม แต่เริ่มจากการดูว่าในภาพตอนนี้เส้นทางไหนมีน้ำหนักมากกว่า แล้วจึงอธิบายลำดับตามผลที่ได้ ถ้าการประเมินยังไม่ชัด เราจะบอกตรง ๆ ว่าอาจต้องให้จักษุแพทย์หรือศัลยแพทย์ตกแต่งดูร่วมด้วยค่ะ

ทำไม Beautystone Clinic ถึงตรวจทั้งสองอย่างพร้อมกันทำไม Beautystone Clinic ถึงตรวจทั้งสองอย่างพร้อมกัน

ขั้นตอนการปรึกษา ผลข้างเคียง และใครที่ยังไม่เหมาะกับใครบ้าง

ขั้นตอนการปรึกษา ผลข้างเคียง และใครที่ยังไม่เหมาะกับใครบ้างขั้นตอนการปรึกษา ผลข้างเคียง และใครที่ยังไม่เหมาะกับใครบ้าง

ขั้นแรก บอกก่อนว่าตอนนี้กังวลตรงไหนมากที่สุด การกังวลเรื่องความลึกของร่องกับการกังวลว่าลืมตาได้ไม่เต็มที่ นำไปสู่การตรวจคนละแบบ

ขั้นที่สอง จะดูทั้งตอนลืมตาตามปกติและตอนกดคิ้วไว้ เพราะงานวิจัยถือว่าการยกคิ้วเพื่อชดเชยเป็นสัญญาณของหนังตาตก การดูว่าเมื่อตรึงคิ้วแล้วเปลือกตายกขึ้นได้แค่ไหนจึงเป็นขั้นที่ข้ามไม่ได้

ขั้นที่สาม ฟังให้ครบว่าวิธีเติมแต่ละแบบมีข้อมูลเขียนไว้อย่างไร งานวิจัยเรื่องเปลือกตายุบรายงานว่าฉีดไขมันเฉลี่ย 1.09 มิลลิลิตร และความลึกของร่องลดจากเฉลี่ย 5.88 มิลลิเมตร เหลือ 0.81 มิลลิเมตร ที่หกเดือน งานเดียวกันยังระบุว่าถ้าใช้การฉีดไขมันอย่างเดียว ปริมาณที่ฉีดจะถูกดูดซึมไปราวสองในสิบถึงห้าในสิบ

ขั้นที่สี่ เรื่องผลข้างเคียงมีเขียนไว้ในงานเดียวกัน ฟิลเลอร์ชนิดฉีดมีความเสี่ยงเรื่องการสูญเสียการมองเห็นหรือหนังตาตกจากการอุดตันของหลอดเลือด ส่วนการฉีดไขมันในงานนี้พบบวมและช้ำชั่วคราว กับหนังตาตกชั่วคราวเล็กน้อย โดยไม่พบการติดเชื้อ ก้อนแข็ง หรือความไม่เท่ากันของสองข้าง รอบดวงตาจึงเป็นบริเวณที่ต้องระวังตั้งแต่ขั้นเลือกตำแหน่ง

สุดท้าย เรื่องไม่เหมาะกับใคร ถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการติดเชื้อหรือแผลอักเสบบริเวณรอบดวงตา มีโรคเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง และถ้าหลังทำมีการมองเห็นเปลี่ยนไปหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่ารอดูอาการหลายวัน ให้มาพบแพทย์ในวันนั้นเลยนะคะ

สรุปสิ่งที่ควรจำจากบทความนี้

สรุปสิ่งที่ควรจำจากบทความนี้สรุปสิ่งที่ควรจำจากบทความนี้

เปลือกตาบนที่ดูลึกลงไปมีทั้งปริมาตรที่ลดลงและขอบตาที่ตกต่ำลงมาพร้อมกัน ข้อมูลระบุว่าการสูญเสียปริมาตรของช่องไขมันเบ้าตาส่วนบน ความหย่อนของพังผืด และการปรับรูปของกระดูกตามอายุ รวมกันทำให้เกิดลักษณะนี้

การเปลี่ยนแปลงสองอย่างนี้ขับกันให้ดูชัดขึ้น เมื่อแรงยกเปลือกตาอ่อนลง คิ้วจะถูกยกขึ้นเพื่อชดเชย ผิวเปลือกตาจึงดูบางลง และร่องก็เด่นกว่าที่ไขมันลดลงอย่างเดียวจะอธิบายได้

จากรายงาน การแก้หนังตาตกอย่างเดียวทำให้ความสูงของเปลือกตาเพิ่มขึ้น และพื้นที่ร่องเปลือกตาบนลดลงเหลือไม่ถึงหนึ่งในสามของเดิม โดยไม่ได้เติมปริมาตรใหม่เข้าไปเลย

ก่อนจะจัดลำดับจึงควรดูทั้งสองเส้นทางพร้อมกัน วิธีเติมแต่ละแบบมีอัตราการดูดซึมและความเสี่ยงเขียนไว้ต่างกัน การเลือกวิธีและจังหวะจึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางก่อนนะคะ

เขียนคำถาม

เอกสารอ้างอิง

  1. ข้อมูลเรื่องริ้วรอยบนใบหน้าของสมาคมแพทย์ผิวหนังนิวซีแลนด์DermNet NZ
  2. งานวิจัยทางคลินิกเรื่องเปลือกตาบนที่ยุบลงPubMed Central
  3. งานวิจัยทางคลินิกเรื่องหนังตาตกกับตาลึกโบ๋PubMed Central

คำถามที่พบบ่อย

Q. ถ้าเปลือกตาบนดูลึก เติมเลยได้ไหม

A. ไม่เสมอไปค่ะ งานวิจัยทางคลินิกรายงานว่าตาลึกโบ๋ที่สัมพันธ์กับอายุเชื่อมโยงอย่างมากกับหนังตาตก ถ้ามีหนังตาตกร่วมด้วย การยกคิ้วเพื่อชดเชยจะทำให้ร่องดูลึกกว่าความเป็นจริง ก่อนตัดสินใจเรื่องปริมาณ ควรตรวจความสูงของการลืมตาไปพร้อมกันด้วยนะคะ

Q. แก้หนังตาตกแล้วร่องจะดีขึ้นด้วยไหม

A. งานวิจัยให้ผลไปในทางนั้นค่ะ มีการอธิบายว่าการเลื่อนแผ่นเอ็นกล้ามเนื้อยกเปลือกตาและกลุ่มกล้ามเนื้อมุลเลอร์มาข้างหน้า ทำให้ไขมันเบ้าตาและแผ่นกั้นเบ้าตาเลื่อนมาเติมร่องจากด้านใน พื้นที่ร่องลดลงอย่างชัดเจนโดยไม่ได้ฉีดอะไรเพิ่ม แต่ระดับการเปลี่ยนแปลงต่างกันไปในแต่ละคน

Q. ฉีดไขมันแล้วจะเหลืออยู่เท่าไร

A. ในงานวิจัยบันทึกว่าฉีดเฉลี่ย 1.09 มิลลิลิตร และความลึกของร่องลดลงชัดเจนที่หกเดือน งานเดียวกันระบุว่าถ้าใช้การฉีดไขมันอย่างเดียว ปริมาณที่ฉีดจะถูกดูดซึมราวสองในสิบถึงห้าในสิบ จึงไม่ใช่ผลที่ตัดสินได้ในวันเดียว การเผื่อเวลาดูผลจะใกล้ความจริงมากกว่าค่ะ

Q. ฟิลเลอร์รอบดวงตาต้องระวังอะไรเป็นพิเศษไหม

A. ต้องระวังค่ะ งานวิจัยระบุความเสี่ยงของฟิลเลอร์ชนิดฉีดไว้ว่าอาจเกิดการสูญเสียการมองเห็นหรือหนังตาตกจากการอุดตันของหลอดเลือด รอบดวงตาจึงต้องระวังตั้งแต่ขั้นเลือกตำแหน่ง ถ้าหลังทำการมองเห็นเปลี่ยนไปหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่ารอดูอาการ ให้มาพบแพทย์ในวันนั้นนะคะ

Jangju Kim

Jangju Kim ผู้อำนวยการคลินิก

JANGJU KIM

นพ. Jangju Kim เป็นผู้อำนวยการ STON Clinic ที่โรงแรม LOTTE ย่านเมียงดง

ประวัติการทำงาน / การศึกษา

  • 현) 스톤클리닉 명동 롯데호텔 원장
  • 경희대학교 의과대학 졸업
ดูโปรไฟล์แพทย์

ความคิดเห็น