ประเด็นสำคัญ
- ไหล่ไม่มีแรงและเมื่อยตึงมักหายได้เอง แต่ถ้ากลืน พูด หรือหายใจลำบาก ต้องไปพบแพทย์ทันที
- ช่วงที่หาย: ในรายงานผู้หญิง 11 คน อาการตึงที่กล้ามเนื้ออกจากบ่าอ่อนแรงเล็กน้อยหายภายใน 15 วัน
- ถ้าแรงลดลงลามไปถึงกล้ามเนื้อข้าง ๆ จุดฉีด อาจอยู่ได้นานสูงสุด 12 สัปดาห์
- สัญญาณที่ควรติดต่อ: หนังตาตก มองเห็นภาพซ้อน หรือเสียงเปลี่ยน อาจเกิดหลังฉีดไปหลายสัปดาห์แล้ว
อาการไหล่ไม่มีแรงและเมื่อยตึงหลังฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ที่กล้ามเนื้อบ่า โดยทั่วไปมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2 เดือนค่ะ อาการนี้มาจากฤทธิ์เดียวกับที่ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวจนแนวบ่าดูเรียบขึ้น พอกล้ามเนื้อกลับมารับสัญญาณประสาทได้อีกครั้ง แรงก็จะค่อยเป็นค่อยไปกลับมา แต่ถ้ากลืนลำบาก พูดลำบาก หายใจลำบาก หรืออ่อนแรงทั้งตัว แม้จะผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วก็ต้องไปพบแพทย์ทันทีนะคะ
ฉีดโบท็อกซ์บ่าไปไม่กี่วัน ทำไมไหล่ถึงรู้สึกไม่มีแรง?
ฉีดโบท็อกซ์บ่าไปไม่กี่วัน ทำไมไหล่ถึงรู้สึกไม่มีแรง?
โบท็อกซ์ (สารโบทูลินัมท็อกซิน) จะไปกั้นสัญญาณประสาทที่สั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว กล้ามเนื้อที่ฉีดจึงมีแรงน้อยลงตามที่ตั้งใจ กล้ามเนื้อบ่าส่วนบน (Trapezius) ทำหน้าที่ยกไหล่และพยุงต้นคอ พูดง่าย ๆ คือเหมือนหนังยางที่ถูกคลายให้หย่อนลง เวลาสะพายกระเป๋าหรือยกแขน จึงอาจรู้สึกว่าไหล่รับน้ำหนักได้ไม่เท่าเดิม
รอยต่อประสาทกับกล้ามเนื้อ: จุดที่ปลายประสาทส่งสัญญาณ "ให้ขยับ" ไปที่กล้ามเนื้อ โบท็อกซ์จะกั้นสัญญาณนี้ไว้หลายเดือน
ความรู้สึกไม่มีแรงไม่ได้เกิดทันทีหลังฉีด แต่มักเริ่มหลัง 2-4 วัน และชัดที่สุดราววันที่ 10 ประมาณ 3 เดือนต่อมา รอยต่อประสาทกับกล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานได้อีกครั้ง ถ้าวันรุ่งขึ้นยังปกติดี แต่ผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์แล้วเพิ่งรู้สึกไหล่หนัก ก็ถือว่าตรงกับลำดับเวลาของโบท็อกซ์
ฉีดโบท็อกซ์บ่าไปไม่กี่วัน ทำไมไหล่ถึงรู้สึกไม่มีแรง?
อาการไม่มีแรงและเมื่อยตึงหลังฉีดโบท็อกซ์บ่า ใช้เวลากี่สัปดาห์?
อาการไม่มีแรงและเมื่อยตึงหลังฉีดโบท็อกซ์บ่า ใช้เวลากี่สัปดาห์?
บทความทบทวนเรื่องโบท็อกซ์บริเวณคอและบ่าปี 2024 ระบุว่า ความไม่สบายจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงหลังฉีดบ่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย และมักหายภายใน 2 เดือน อาจมีอาการเบา ๆ อย่างตึงหรือรู้สึกหนักร่วมด้วย
ระยะเวลาจริงต่างกันไปในแต่ละคน ในรายงานผู้หญิง 11 คนที่ฉีดข้างละประมาณ 50 ยูนิต มี 2 คนที่ปวดตึงกล้ามเนื้ออก ผู้เขียนมองว่ามาจากบ่าอ่อนแรงเล็กน้อย และหายเองภายใน 15 วัน แต่นี่เป็นการย้อนดูข้อมูลแค่ 11 คนโดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ตัวเลข 15 วันจึงใช้เป็นเกณฑ์ของทุกคนไม่ได้
ถ้าดูการฉีดโบท็อกซ์โดยรวม แรงที่ลดลงลามไปถึงกล้ามเนื้อข้างเคียงเกิดได้ไม่ถึง 10% ของการฉีด และอาจอยู่ได้นานสูงสุด 12 สัปดาห์ ผลลัพธ์และระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ถ้าผ่านไป 2 เดือนแล้วอาการยังเหมือนเดิม ควรแจ้งความคืบหน้ากับคลินิกที่ฉีดให้
อาการไม่มีแรงและเมื่อยตึงหลังฉีดโบท็อกซ์บ่า ใช้เวลากี่สัปดาห์?
ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกซ์บ่า แบบไหนรอได้ แบบไหนต้องไปพบแพทย์ทันที?
ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกซ์บ่า แบบไหนรอได้ แบบไหนต้องไปพบแพทย์ทันที?
ไหล่หนักและเมื่อยตึง ปวดหรือช้ำตรงจุดฉีด อ่อนเพลีย ปวดหัว และปวดคอ เป็นอาการที่รู้กันว่าเกิดได้หลังฉีดโบท็อกซ์ ถ้าเบาลงทุกวัน ก็อยู่ในช่วงที่สังเกตอาการเองที่บ้านได้
| อาการ | ช่วงเวลา | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| ไหล่หนัก เมื่อยตึง ยกแขนแล้วรู้สึกไม่มีแรงพยุง | เริ่มหลังไม่กี่วัน ค่อย ๆ เบาลงในหลายสัปดาห์ | จดวันที่ไว้ และดูว่าเบาลงไหม |
| ปวดหรือช้ำตรงจุดฉีด อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดคอ | หลังฉีด | ดูว่าไม่แย่ลง |
| ไหล่ตกข้างเดียวอย่างชัดเจน และออกแรงไม่ได้ | ได้ทุกเวลาหลังฉีด | อย่ารอ แจ้งคลินิกที่ฉีดให้ |
บทความทบทวนเดียวกันบันทึกไว้ว่า ถ้าเส้นประสาทที่เข้าไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบ่าได้รับบาดเจ็บ มีความเสี่ยงที่บ่าข้างหนึ่งจะอ่อนแรงจนขยับไม่ได้ ไหล่ตกข้างเดียวจึงต้องแยกดูจากอาการเมื่อยเท่า ๆ กันทั้งสองข้าง
อาการต่อไปนี้อาจเกิดได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายสัปดาห์หลังฉีด ถ้ามีอาการ ต้องติดต่อแพทย์หรือไปพบแพทย์ทันที
- กลืนอาหารหรือน้ำลำบาก
- พูดไม่ชัด เสียงแหบ หรือเสียงเปลี่ยน
- หายใจลำบาก
- อ่อนแรงทั้งตัว ไม่ใช่แค่ที่ไหล่
- มองเห็นภาพซ้อนหรือภาพเบลอ หนังตาตก
- กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
อาการเหล่านี้คือสัญญาณว่าฤทธิ์ยากระจายออกไปนอกจุดที่ฉีด ซึ่งพบได้น้อยมาก แต่ถ้ากลืนหรือหายใจลำบากรุนแรง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และมีรายงานการเสียชีวิต การทักแชตทาง LINE ใช้แทนการไปพบแพทย์ไม่ได้ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ต้องไปพบแพทย์ก่อน
ใครควรเลื่อนการฉีดโบท็อกซ์บ่า หรือต้องบอกแพทย์ก่อน?
ใครควรเลื่อนการฉีดโบท็อกซ์บ่า หรือต้องบอกแพทย์ก่อน?
ถ้ามีโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท หรือผิวตรงจุดที่จะฉีดมีการติดเชื้อ ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน ถ้าตรงกับข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง ควรบอกแพทย์ก่อนฉีด
- มีโรคกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท เช่น ALS (โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดลุกลาม) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis) หรือกลุ่มอาการแลมเบิร์ต-อีตัน
- ผิวตรงจุดที่จะฉีดมีการติดเชื้อ
- เคยแพ้ผลิตภัณฑ์โบทูลินัมท็อกซินมาก่อน
- เคยหรือกำลังมีปัญหาเรื่องการหายใจหรือการกลืน
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (ยังไม่ทราบว่ามีผลต่อทารกหรือผ่านน้ำนมไหม)
- ฉีดโบทูลินัมท็อกซินตัวอื่นมาในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี: โรคที่สัญญาณประสาทส่งไปถึงกล้ามเนื้อได้ไม่ดี ทำให้กล้ามเนื้อล้าง่าย
คนที่มีปัญหาการกลืนหรือการหายใจอยู่แล้ว มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้หลังฉีด กล้ามเนื้อบ่าอยู่ใกล้คอ จึงควรบอกประวัตินี้กับแพทย์ล่วงหน้า
วางแผนในทริปเกาหลี
วางแผนในทริปเกาหลี
ถ้าไม่ได้ฉีดยาระงับความรู้สึกแบบให้หลับในวันนั้น การขึ้นเครื่องบินก็ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องเลื่อนการฉีดโบท็อกซ์บ่า โบท็อกซ์ไม่ได้เปลี่ยนแนวไหล่ภายในการมาครั้งเดียว แรงจะเริ่มลดหลังผ่านไปไม่กี่วัน และหัตถการส่วนใหญ่ก็ให้การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าจะเปลี่ยนไปมากในครั้งเดียว
อาการไม่มีแรงมักชัดที่สุดราววันที่ 10 จึงอาจเกิดหลังกลับถึงบ้านแล้ว หลังกลับประเทศ ถ้ามีคำถาม สามารถแอด LINE แจ้งวันที่ฉีดและความรู้สึกที่ไหล่มาปรึกษาได้ค่ะ แต่ถ้ากลืน พูด หรือหายใจลำบาก หรืออ่อนแรงทั้งตัว ควรไปโรงพยาบาลในพื้นที่ก่อน ไม่ต้องรอคำตอบนะคะ
สรุป: ก่อนฉีดโบท็อกซ์บ่าครั้งต่อไป ควรจดอะไรไว้?
ในงานวิจัยโบท็อกซ์บ่า ปริมาณที่ฉีดมีตั้งแต่ 10-50 ยูนิต แบ่งฉีด 1-5 จุด ต่างกันมากขนาดนี้ แม้จะเรียกว่าโบท็อกซ์บ่าเหมือนกัน ความรู้สึกหลังฉีดก็อาจไม่เหมือนกัน จดไว้ว่าครั้งนี้ฉีดกี่ยูนิต แบ่งกี่จุด และวันที่เริ่มไม่มีแรงกับวันที่เกือบหาย จะช่วยให้เทียบกับครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น
ก่อนตัดสินใจ ลองถามคุณหมอว่า "กล้ามเนื้อบ่าหนาแบบเรา ควรใช้กี่ยูนิต และแบ่งฉีดกี่จุด" STON Clinic อยู่ในโรงแรม Lotte Hotel Seoul ย่านเมียงดง ใกล้สถานี Euljiro 1-ga กรุงโซล เวลาแอด LINE มาปรึกษา รบกวนแจ้งวันที่ฉีด จำนวนยูนิตและจำนวนจุด และท่าทางที่รู้สึกไม่ถนัด เช่น สะพายกระเป๋าหรือยกแขน มาด้วยนะคะ
หากอ่านแล้วอยากปรึกษาเพิ่มเติม
เขียนคำถามเอกสารอ้างอิง
- บทความทบทวนจุดฉีดและภาวะแทรกซ้อนของโบท็อกซ์คอและบ่า — Arch Plast Surg, 2024 — PubMed Central
- รายงานผู้หญิง 11 คนที่ฉีดโบท็อกซ์บ่า — J Cosmet Dermatol, 2022 — PubMed Central
- ช่วงเวลาที่โบท็อกซ์เริ่มออกฤทธิ์และกล้ามเนื้อข้างเคียงอ่อนแรง — DermNet NZ — DermNet NZ
- สัญญาณยากระจายและโรคที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อน — เอกสารยาโบท็อกซ์ US FDA, 2024 — U.S. Food and Drug Administration
- ข้อควรระวังในวันที่ฉีดโบท็อกซ์ — สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน — American Academy of Dermatology
- งานวิจัยเทียบ 40 และ 80 ยูนิตที่บ่า — Aesthetic Plast Surg, 2026 — PubMed Central
- งานวิจัยเทียบสองผลิตภัณฑ์ในคนปวดเมื่อยบ่า 20 คน — J Cutan Aesthet Surg, 2022 — PubMed Central
คำถามที่พบบ่อย
Q. วันที่ฉีดโบท็อกซ์บ่า ออกกำลังกายหรือนวดไหล่ได้ไหม?
A. วันที่ฉีดโบท็อกซ์บ่า ควรรอ 2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกายหนัก และไม่ถูหรือนวดตรงจุดฉีดค่ะ สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกันแนะนำแบบนี้เพื่อไม่ให้ยากระจายไปที่ที่ไม่ต้องการ เป็นคำแนะนำทั่วไปที่รวมโบท็อกซ์บนใบหน้าด้วย ส่วนจะกลับไปเล่นเวทได้เมื่อไหร่ ควรทำตามคำแนะนำของคลินิกที่ฉีดให้นะคะ
Q. ไหล่รู้สึกไม่มีแรง ขับรถได้ไหม?
A. ถ้ากล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาพร่ามัว หรือหนังตาตก ควรเลี่ยงการขับรถและงานที่มีความเสี่ยงค่ะ เอกสารยาโบท็อกซ์ของ US FDA ระบุว่าอาการเหล่านี้อาจเกิดได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายสัปดาห์หลังฉีด ถ้าแค่เมื่อยไหล่ ลองเช็กก่อนว่าหมุนพวงมาลัยแล้วแขนขยับได้คล่องไหมนะคะ
Q. ฉีดโบท็อกซ์บ่าปริมาณมากขึ้น จะได้ผลหรืออ่อนแรงมากขึ้นไหม?
A. งานวิจัยที่แบ่งผู้หญิง 20 คนเป็นกลุ่ม 40 ยูนิตและ 80 ยูนิต พบว่าหลัง 12 สัปดาห์ พื้นที่กล้ามเนื้อบ่าเล็กลงทั้งสองกลุ่ม ไม่ต่างกันระหว่างกลุ่ม และไม่พบภาวะแทรกซ้อนค่ะ แต่ใช้ผลิตภัณฑ์เพียงชนิดเดียวกับคน 20 คน จึงใช้กับทุกผลิตภัณฑ์และทุกคนไม่ได้ ปริมาณที่เหมาะ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล
Q. ยังไม่หายอ่อนแรงดี ฉีดซ้ำได้ไหม?
A. โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์ถี่กว่าทุก 8-12 สัปดาห์ค่ะ เพราะการเชื่อมต่อระหว่างประสาทกับกล้ามเนื้อใช้เวลาราว 3 เดือนกว่าจะกลับมา US FDA ก็ระบุว่ายังไม่ทราบว่าการใช้โบท็อกซ์เพื่อความงามบ่อยกว่า 3 เดือนครั้งปลอดภัยและได้ผลหรือไม่ ถ้ายังอ่อนแรงอยู่ ควรดูอาการก่อนแล้วค่อยกำหนดวันฉีดครั้งต่อไปนะคะ
Q. ฉีดโบท็อกซ์บ่าช่วยให้หายปวดเมื่อยบ่าได้ไหม?
A. งานวิจัยในคน 20 คนที่บ่าหนาและปวดเมื่อย ฉีดผลิตภัณฑ์ต่างกันข้างละ 30 ยูนิตโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง พบว่าหลัง 60 วัน คะแนนความปวดลดลงทั้งสองผลิตภัณฑ์ค่ะ แต่มีแค่ 20 คน จึงยังไม่พอจะใช้เป็นเหตุผลหลักในการฉีดเพื่อแก้ปวด ถ้าปวดเมื่อยเป็นเรื่องหลัก ควรให้แพทย์ประเมินหาสาเหตุก่อนนะคะ
คำชี้แจงข้อมูลทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไปและไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการตรวจรักษาเฉพาะบุคคลได้ ดูนโยบายบรรณาธิการ

Jangju Kim ผู้อำนวยการแพทย์อาวุโส
JANGJU KIM
นพ. Jangju Kim เป็นผู้อำนวยการ STON Clinic ที่โรงแรม LOTTE ย่านเมียงดง
ประวัติการทำงาน / การศึกษา
- 현) 스톤클리닉 명동 롯데호텔 원장
- 경희대학교 의과대학 졸업
ความคิดเห็น