ทายาชากี่นาที ทำไม EMLA ต้องรออย่างน้อย 1 ชั่วโมง?

ทายาชากี่นาที ทำไม EMLA ต้องรออย่างน้อย 1 ชั่วโมง?

Jangju Kimอ่าน 16 นาทีนโยบายบรรณาธิการ

ประเด็นสำคัญ

  • ครีมยาชาชนิด lidocaine ผสม prilocaine (EMLA) ตามฉลากต้องทาใต้แผ่นปิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และอย่างน้อย 2 ชั่วโมงสำหรับหัตถการผิวหนังที่ใหญ่ขึ้น ส่วนเวลาจริงขึ้นกับชนิดยา พื้นที่ และคำสั่งแพทย์
  • ชนิดยา: ครีมที่มี lidocaine อย่างเดียวใช้เวลาตามฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น และ US FDA แนะนำไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ยาชาแบบซื้อเองที่มี lidocaine เกิน 4% บนผิว
  • พื้นที่และการปิดทับ: ยิ่งทากว้าง ทานาน หรือห่อทับ ร่างกายยิ่งดูดซึมยามากขึ้น แพทย์จึงควรเป็นผู้กำหนดปริมาณและบริเวณที่ทา
  • สัญญาณอันตราย: หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชัก หรือหายใจลำบากหลังทายาชา ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

นัดทำเลเซอร์หน้าไว้บ่ายสองโมง เพื่อนบอกว่าให้แปะยาชาตั้งแต่อยู่บ้าน ทาหนา ๆ แล้วห่อพลาสติกไว้ จะได้ชาเต็มที่ พอถึงคลินิกกลับถูกถามว่าทาอะไรมา ทาตอนไหน และทาบริเวณไหนบ้าง คำถามที่ค้างอยู่ในใจเลยกลายเป็นว่า จริง ๆ แล้วแปะยาชากี่นาทีถึงจะพอ

หลายคนคิดว่ายาชาแบบทายิ่งทานานยิ่งดี แต่เวลาที่เหมาะไม่ได้มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน มันขึ้นกับชนิดยา ขนาดพื้นที่ที่ทา และการปิดทับ ซึ่งสามเรื่องนี้ยังเปลี่ยนปริมาณยาที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปด้วย

บทความนี้ STON Clinic จะพาไปดูว่าเวลาทายาชาถูกกำหนดจากอะไร และตอนไหนที่การทานานขึ้นหรือกว้างขึ้นกลับเพิ่มความเสี่ยงค่ะ

บทความนี้เป็นข้อมูลที่เรียบเรียงตามแนวทางของ STON Clinic ผลลัพธ์และความรู้สึกของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการ

ทาครีมชาเหมือนกัน แต่ทำไมบางคนยังรู้สึกเจ็บ

ทาครีมชาเหมือนกัน แต่ทำไมบางคนยังรู้สึกเจ็บทาครีมชาเหมือนกัน แต่ทำไมบางคนยังรู้สึกเจ็บ

ยาชาแบบทาไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีที่แตะผิว ตัวยาต้องค่อย ๆ ซึมผ่านผิวชั้นนอกที่ทำหน้าที่เป็นเกราะ ลงไปถึงปลายประสาทที่รับความรู้สึกเจ็บ ช่วงเวลารอนี้เองที่ทำให้แต่ละคนรู้สึกไม่เท่ากัน ถ้าเช็ดออกเร็วไป ยาอาจยังลงไม่ถึงจุดที่ต้องการ

ฉลากยาที่ US FDA รับรองของครีม lidocaine ผสม prilocaine ระบุไว้ชัดว่าปริมาณยาที่ดูดซึมขึ้นกับขนาดพื้นที่และระยะเวลาที่ทา พูดง่าย ๆ คือ เวลาไม่ได้กำหนดแค่ความชา แต่ยังกำหนดปริมาณยาที่เข้าสู่ร่างกายด้วย อีกตัวแปรที่คนมักมองข้ามคือการปิดทับ ซึ่งช่วยให้ครีมสัมผัสผิวต่อเนื่อง แต่ก็เพิ่มการดูดซึมไปพร้อมกัน

การปิดทับ (occlusion): การใช้แผ่นฟิล์มหรือแผ่นปิดแปะทับบนครีมเพื่อให้ยาอยู่กับที่และสัมผัสผิวต่อเนื่อง ควรทำเฉพาะเมื่อฉลากหรือแพทย์กำหนดเท่านั้น

นอกจากนี้ ชนิดหัตถการก็มีผล หัตถการเล็กอย่างการเจาะเข็มใช้เวลาเตรียมสั้นกว่าหัตถการผิวหนังที่ใหญ่ขึ้น และผิวแต่ละบริเวณก็ตอบสนองต่างกัน ยาชาทาหน้าจึงไม่ควรใช้ตัวเลขที่ได้ยินมาจากคนอื่นโดยไม่ดูว่าเป็นยาตัวไหนและทำหัตถการอะไร

ทาครีมชาเหมือนกัน แต่ทำไมบางคนยังรู้สึกเจ็บทาครีมชาเหมือนกัน แต่ทำไมบางคนยังรู้สึกเจ็บ

EMLA กับครีม lidocaine เดี่ยว เวลาทาต่างกันตรงไหน

EMLA กับครีม lidocaine เดี่ยว เวลาทาต่างกันตรงไหนEMLA กับครีม lidocaine เดี่ยว เวลาทาต่างกันตรงไหน

ยาชาแบบทาที่พบบ่อยแบ่งคร่าว ๆ ได้สองกลุ่ม กลุ่มแรกคือครีมที่ผสม lidocaine 2.5% กับ prilocaine 2.5% ซึ่งรู้จักกันในชื่อ EMLA กลุ่มที่สองคือครีมที่มี lidocaine อย่างเดียว ความเข้มข้นต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์

สำหรับกลุ่มแรก ฉลากระบุว่าหัตถการทั่วไปอย่างการเจาะเส้นเลือดต้องทาใต้แผ่นปิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และหัตถการผิวหนังที่ใหญ่ขึ้นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ตัวเลขนี้คือเวลาขั้นต่ำของยาตัวนี้ ไม่ใช่เวลาที่ใช้ได้กับครีมทุกยี่ห้อ ส่วนครีมที่มี lidocaine อย่างเดียวต้องดูตามฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นและคำสั่งแพทย์

เรื่องที่ต้องดูครีม lidocaine ผสม prilocaine (EMLA)ครีมที่มี lidocaine อย่างเดียว
ส่วนประกอบlidocaine 2.5% และ prilocaine 2.5%lidocaine ความเข้มข้นต่างกันตามผลิตภัณฑ์
เวลาตามฉลากอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หัตถการผิวหนังที่ใหญ่ขึ้นอย่างน้อย 2 ชั่วโมงทำตามฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นและคำสั่งแพทย์
การปิดทับฉลากระบุให้ทาใต้แผ่นปิดสำหรับหัตถการไม่ห่อทับเองถ้าฉลากหรือแพทย์ไม่ได้สั่ง
เรื่องที่ต้องระวังทากว้างหรือนานเกินกำหนดอาจดูดซึมยามากจนเกิดผลข้างเคียงรุนแรงUS FDA แนะนำไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ยาชาแบบซื้อเองที่มี lidocaine เกิน 4% บนผิว

สิ่งที่ทำให้ครีมกลุ่มแรกต้องระวังเป็นพิเศษคือ prilocaine ฉลากระบุว่ามีรายงานภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือดสูง (methemoglobinemia) ที่สัมพันธ์กับการใช้ยาชาเฉพาะที่ ภาวะนี้ทำให้เลือดนำออกซิเจนได้น้อยลง และคนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD มีโอกาสเกิดได้มากกว่าคนทั่วไป จึงต้องแจ้งประวัตินี้ก่อนทายาเสมอ

ทำไมที่ STON Clinic จึงถามเรื่องยาและพื้นที่ก่อนทา

ทำไมที่ STON Clinic จึงถามเรื่องยาและพื้นที่ก่อนทาทำไมที่ STON Clinic จึงถามเรื่องยาและพื้นที่ก่อนทา

STON Clinic ตั้งอยู่ที่โรงแรมลอตเต้ ย่านมยองดง กรุงโซล มีคุณหมอ Jangju Kim ผู้อำนวยการคลินิก ร่วมดูแล ก่อนทายาชา เราจะถามคำถามชุดเดิมทุกครั้ง เพราะคำตอบเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าจะใช้ยาตัวไหน ทาบริเวณไหน และรอนานเท่าไร

เรื่องที่คุณหมอจะดูก่อนเริ่ม ได้แก่ หัตถการที่จะทำลึกหรือกว้างแค่ไหน บริเวณที่ต้องทาเป็นทั้งหน้าหรือแค่จุดเล็ก ผิวบริเวณนั้นมีแผล ระคายเคือง หรืออักเสบอยู่ไหม เคยแพ้ยาชาหรือเปล่า ใช้ยาอะไรอยู่บ้าง และทายาชามาเองจากบ้านแล้วหรือยัง

คำถามสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด ถ้าทามาเองแล้วเราทาเพิ่มอีกรอบ ปริมาณยารวมบนผิวจะมากกว่าที่ตั้งใจ เราจึงขอให้บอกชื่อยา เวลาที่ทา และบอกว่าห่อทับไว้หรือไม่ ทุกครั้งที่มารับหัตถการ

ทำไมที่ STON Clinic จึงถามเรื่องยาและพื้นที่ก่อนทาทำไมที่ STON Clinic จึงถามเรื่องยาและพื้นที่ก่อนทา

ขั้นตอนทายาชาจนเริ่มหัตถการ และข้อควรระวัง

ขั้นตอนทายาชาจนเริ่มหัตถการ และข้อควรระวังขั้นตอนทายาชาจนเริ่มหัตถการ และข้อควรระวัง

ลำดับโดยทั่วไปเมื่อใช้ยาชาแบบทาในคลินิกเป็นแบบนี้

  1. ก่อนวันนัด แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่
  2. ล้างหน้าให้สะอาด แล้วทายาบนผิวที่ไม่มีแผล ตามปริมาณและบริเวณที่แพทย์กำหนด
  3. รอตามเวลาที่ฉลากหรือแพทย์กำหนด และปิดทับเฉพาะเมื่อได้รับคำสั่ง
  4. เช็ดยาออกและทำความสะอาดผิวก่อนเริ่มหัตถการ
  5. ถ้ายังรู้สึกเจ็บระหว่างทำ ให้บอกแพทย์เพื่อปรับวิธีลดความเจ็บ แทนการทายาเพิ่มเอง

ระหว่างหรือหลังทา ผิวบริเวณนั้นอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งฉลากระบุว่าเป็นปฏิกิริยาเฉพาะที่ที่พบได้ แต่ถ้ามีอาการผิดปกตินอกจากนี้ ควรบอกแพทย์ทันที

ข้อควรระวังเมื่อทายาชาเองก่อนมาคลินิก

US FDA เคยเตือนผู้บริโภคเรื่องผลิตภัณฑ์ยาชาแบบซื้อเองที่ใช้ก่อนทำหัตถการเสริมความงาม โดยแนะนำว่า

  • ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ยาชาแบบซื้อเองที่มี lidocaine เกิน 4% บนผิว
  • ไม่ทาหนาบนพื้นที่กว้าง หรือบนผิวที่ระคายเคืองหรือมีแผล
  • ไม่ห่อผิวที่ทายาด้วยพลาสติกหรือผ้าปิดใด ๆ

เมื่อ lidocaine ถูกดูดซึมมากเกินไป อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชัก หรือหายใจลำบาก ถ้ามีอาการเหล่านี้หลังทายาชา ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

ไม่เหมาะกับใคร

  • เคยแพ้ยาชากลุ่ม amide ฉลากระบุว่าห้ามใช้ครีม lidocaine ผสม prilocaine
  • มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD หรือเคยมีภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือดสูง ต้องให้แพทย์ประเมินก่อน
  • ใช้ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น amiodarone ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทา
  • ผิวบริเวณกว้างมีแผลเปิดหรือกำลังอักเสบ
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง

สรุป ทายาชากี่นาทีขึ้นกับชนิดยาและพื้นที่ที่ทา

สรุป ทายาชากี่นาทีขึ้นกับชนิดยาและพื้นที่ที่ทาสรุป ทายาชากี่นาทีขึ้นกับชนิดยาและพื้นที่ที่ทา

ทายาชากี่นาทีไม่มีคำตอบเดียว ครีม lidocaine ผสม prilocaine ตามฉลากต้องรออย่างน้อย 1 ชั่วโมงใต้แผ่นปิด และนานขึ้นสำหรับหัตถการผิวหนังที่ใหญ่ขึ้น ส่วนครีมชนิดอื่นใช้เวลาตามฉลากของตัวเอง สิ่งที่ไม่ควรทำคือยืดเวลาเอง ทากว้างขึ้นเอง หรือห่อพลาสติกทับเอง เพราะทั้งสามอย่างเพิ่มปริมาณยาที่เข้าสู่ร่างกาย

ทั้งนี้ความชาและผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ทำ และชนิดหัตถการ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

หากคุณกำลังกังวลว่าต้องแปะยาชากี่นาทีก่อนมารับหัตถการ ปรึกษาทีม STON Clinic ก่อนวันนัดได้เลยนะคะ

เขียนคำถาม

เอกสารอ้างอิง

  1. ปริมาณยาที่ดูดซึมขึ้นกับขนาดพื้นที่และระยะเวลาที่ทา
  2. เตือนผู้บริโภคเรื่องผลิตภัณฑ์ยาชาแบบซื้อเองที่ใช้ก่อนทำหัตถการเสริมความงาม — U.S. Food and Drug Administration

คำถามที่พบบ่อย

Q. ทายาชากี่นาทีก่อนทำเลเซอร์หน้า?

A. ถ้าเป็นครีม lidocaine ผสม prilocaine ฉลากกำหนดให้ทาใต้แผ่นปิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และนานขึ้นสำหรับหัตถการผิวหนังที่ใหญ่ขึ้น ส่วนครีมชนิดอื่นใช้เวลาตามฉลากของตัวเอง แพทย์จะกำหนดเวลาให้เหมาะกับหัตถการและบริเวณที่ทำค่ะ

Q. แปะยาชาแล้วห่อพลาสติกเองที่บ้านได้ไหม?

A. US FDA แนะนำไม่ห่อผิวที่ทาผลิตภัณฑ์ยาชาแบบซื้อเองด้วยพลาสติกหรือผ้าปิด เพราะการปิดทับเพิ่มการดูดซึมยา ถ้าจำเป็นต้องทาก่อนมาคลินิก ควรถามแพทย์เรื่องปริมาณ บริเวณ และการปิดทับก่อนค่ะ

Q. ทายาชานานกว่าที่กำหนดจะชามากขึ้นไหม?

A. ไม่ควรยืดเวลาเอง ฉลากระบุว่าการทาบริเวณกว้างขึ้นหรือนานกว่าที่แนะนำอาจทำให้ดูดซึมยามากจนเกิดผลข้างเคียงรุนแรง ถ้ายังรู้สึกเจ็บระหว่างทำ ให้บอกแพทย์เพื่อปรับวิธีลดความเจ็บแทนค่ะ

Q. ยาชาทาหน้าเหมาะกับทุกคนหรือเปล่า?

A. ไม่ใช่ทุกคน คนที่เคยแพ้ยาชากลุ่ม amide ไม่ควรใช้ครีม lidocaine ผสม prilocaine และคนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD หรือใช้ยาบางกลุ่มมีความเสี่ยงต่อภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือดสูงมากกว่า จึงควรแจ้งประวัติให้แพทย์ประเมินก่อนค่ะ

ข้อมูลหัตถการที่เกี่ยวข้อง

Jangju Kim

Jangju Kim ผู้อำนวยการแพทย์อาวุโส

JANGJU KIM

นพ. Jangju Kim เป็นผู้อำนวยการ STON Clinic ที่โรงแรม LOTTE ย่านเมียงดง

ประวัติการทำงาน / การศึกษา

  • 현) 스톤클리닉 명동 롯데호텔 원장
  • 경희대학교 의과대학 졸업
ดูโปรไฟล์แพทย์

ความคิดเห็น